LetinAR สตาร์ทอัพเลนส์ AR จากเกาหลีใต้ ระดมทุนเพิ่มกว่า 18.5 ล้านดอลลาร์ เตรียม IPO ปีหน้า
1 min read
LetinAR สตาร์ทอัพเลนส์ AR จากเกาหลีใต้ ระดมทุนเพิ่มกว่า 18.5 ล้านดอลลาร์ เตรียม IPO ปีหน้า
เทคโนโลยีเลนส์ AR กำลังกลายเป็น “หัวใจสำคัญ” ของยุค AI Glasses และ LetinAR อาจเป็นอีกชื่อที่น่าจับตาในตลาดนี้
ขณะที่หลายบริษัทแข่งกันทำแว่น AI และ Smart Glasses ตัวจริง แต่ LetinAR เลือกโฟกัสเฉพาะ “ระบบเลนส์” ซึ่งอาจเป็นชิ้นส่วนที่ยากที่สุดของอุตสาหกรรมนี้
สตาร์ทอัพด้าน AR จากเกาหลีใต้อย่าง LetinAR ประกาศระดมทุนรอบใหม่ได้สำเร็จมูลค่า 18.5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 680 ล้านบาท) ก่อนแผนเข้าตลาดหุ้น IPO ในปี พ.ศ. 2570



รายงานจาก TechCrunch ระบุว่าการลงทุนรอบนี้นำโดย Korea Development Bank และมี Lotte Ventures เข้าร่วมลงทุนด้วย รวมถึงนักลงทุนรายอื่นที่ยังไม่เปิดเผยชื่อ
ส่งผลให้ LetinAR มีเงินระดมทุนสะสมรวมประมาณ 41.7 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.53 พันล้านบาท) โดยก่อนหน้านี้มี LG Electronics เป็นหนึ่งในนักลงทุนด้วย
บริษัทก่อตั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดย CEO Jaehyeok Kim และ CTO Jeonghun Ha ซึ่งโฟกัสด้าน “โมดูลออปติค” สำหรับแว่น AR และ Smart Glasses โดยเฉพาะ
จุดเด่นสำคัญคือเทคโนโลยีเลนส์ของบริษัทที่ชื่อว่า “PinTILT” ซึ่งถูกออกแบบมาให้ได้ภาพที่สว่างกว่า แต่ตัวเลนส์บาง เบา และกินพลังงานน้อยกว่าระบบ Waveguide หรือ Birdbath แบบดั้งเดิม
LetinAR มองว่า “AI Glasses” จะกลายเป็นแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ยุคถัดไป และหนึ่งในความท้าทายที่สุดคือ “ระบบเลนส์” ที่ต้องทั้งเล็ก เบา และประหยัดพลังงานพอสำหรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
แม้บริษัทจะไม่ได้ผลิตแว่นเอง แต่เน้นทำ “Optical Engine” ให้พาร์ตเนอร์ โดยมีความร่วมมือกับบริษัทอย่าง NTT QONOQ Devices และ Dynabook ซึ่งเดิมคือธุรกิจคอมพิวเตอร์ของ Toshiba
อีกจุดที่น่าสนใจคือ LetinAR ระบุว่ากำลังพูดคุยด้าน R&D กับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกหลายแห่งเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม Smart Glasses รุ่นถัดไป รวมถึง Aegis Rider ที่พัฒนา หมวกกันน็อก AR อัจฉริยะสำหรับมอเตอร์ไซค์จากทีม Spinout ของ ETH Zurich Computer Vision Lab
ตลาด Smart Glasses ตอนนี้กำลังแข่งขันเดือดขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีทั้ง Meta, Google, Samsung, Apple, Huawei, Alibaba Group และ Xiaomi ที่ต่างกำลังพัฒนาแว่นที่มีระบบแสดงผลของตัวเอง
และถ้ามองจากแนวโน้มตอนนี้… คนที่ “ชนะ” อาจไม่ใช่แค่บริษัทที่ทำแว่นได้ก่อน แต่อาจเป็นบริษัทที่แก้ปัญหา “เลนส์” ได้ดีที่สุดก็เป็นได้

ที่มา
roadtovr