Meta ยอมรับพลาดเอง Metaverse ทำ Quest เสียโฟกัส บทเรียนราคาแพงที่แลกด้วยประสบการณ์ผู้ใช้
1 min read
Meta ยอมรับพลาดเอง Metaverse ทำ Quest เสียโฟกัส บทเรียนราคาแพงที่แลกด้วยประสบการณ์ผู้ใช้
เมื่อความฝัน Metaverse ใหญ่เกินไป
Meta ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า การทุ่มทุกอย่างให้ Metaverse เคยทำให้ Quest เสียสมาธิ — และผู้ใช้คือคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
แอนดรูว์ บอสเวิร์ธ (Andrew Bosworth) ประธานฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Meta และหัวหน้า Reality Labs ออกมาเปิดใจครั้งสำคัญเกี่ยวกับการ “เขย่าองค์กร” ล่าสุดของบริษัท โดยยอมรับว่า ความพยายามสร้าง Metaverse ที่ขาดโฟกัส ส่งผลเสียต่อ ประสบการณ์ผู้ใช้ของ Quest อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บอสเวิร์ธ ให้สัมภาษณ์ในงาน World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างงาน Axios House โดยชี้ว่า Meta ต้องปรับทิศทางใหม่ หลัง Reality Labs มีการปลดพนักงานราว 10% ของทีม XR
ปัญหา 3 ข้อที่ Meta ยอมรับแบบไม่อ้อมค้อม
บอสเวิร์ธ สรุปความผิดพลาดของ Meta ไว้ชัดเจนเป็น 3 ประเด็นหลัก
1. สื่อสารวิสัยทัศน์ Metaverse ไม่ชัด
ผู้ใช้จำนวนมาก “ไม่เข้าใจว่ากำลังจะถูกพาไปไหน” กับ Metaverse ของ Meta

2. ต้นทุนพัฒนาสูงเกินจริง
โดยเฉพาะการผลักดัน Horizon Worlds ให้รองรับทั้ง VR และมือถือ
“การต้องสร้างทุกอย่างสองรอบ—ทั้งบนมือถือและ VR—คือภาษีที่โหดมากสำหรับทีม”
แม้ Horizon Worlds จะขยายไปสู่ Android และ iOS ในปี พ.ศ. 2566 เพื่อเพิ่มฐานผู้ใช้ แต่นั่นกลับทำให้ต้นทุนพุ่ง และกระบวนการพัฒนาซับซ้อนขึ้นอย่างหนัก

3. ผูก Horizon Worlds กับ Quest แน่นเกินไป
Meta เคยพยายามทำให้ Horizon Worlds เป็น “พื้นที่เริ่มต้น” เมื่อผู้ใช้สวมชุดเฮดเซต Quest
แต่ บอสเวิร์ธ ยอมรับว่า
“คนใส่ Quest ด้วยเหตุผลที่ต่างกันมาก การบังคับทุกคนเข้าสู่พื้นที่เดียวกัน ทำให้ทั้ง UX และต้นทุนพัง”
ทิศทางใหม่ของ Meta: VR แคบลง แต่ AI ใหญ่ขึ้น
วันนี้ Meta เลือก “โฟกัสให้ชัด” มากขึ้น โดยเหลือเดิมพันหลักเพียง 2 ด้าน
- สนับสนุนคอนเทนต์ VR จากนักพัฒนาภายนอก แทนการทุ่มสร้าง First-party หนัก ๆ
- ผลักดัน Horizon Worlds บนมือถือ มากกว่า VR
ขณะเดียวกัน Meta กำลัง เพิ่มการลงทุนใน AI และ Smart Glasses อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นเหตุผลหลักของการโยกคนและงบประมาณออกจาก Metaverse
“Reality Labs ไม่ได้หดตัวโดยรวม เราแค่ย้ายการลงทุนไปยัง Wearables ที่กำลังเติบโตเร็วมาก”
ปิดสตูดิโอเกม = สัญญาณถอยจริง ไม่ใช่ข่าวลือ
ก่อนหน้านี้ Meta ได้ปิดสตูดิโอ VR ภายในถึง 3 แห่ง
สะท้อนชัดว่า บริษัทกำลังลดบทบาทการเป็น “ผู้ผลิตคอนเทนต์” และกลับไปเน้น แพลตฟอร์ม + ฮาร์ดแวร์
ตัวเลขที่พูดแทนทุกอย่าง
- Reality Labs ขาดทุนมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2564
- รายได้ดีที่สุดคือ Q4 แต่ก็ทำได้เพียงราว 1 พันล้านดอลลาร์
- Q1–Q3 ต่ำกว่านั้นอย่างมีนัยสำคัญ
รายละเอียดผลประกอบการ Q4 ปี พ.ศ. 2568 จะถูกเปิดเผยหลังตลาดปิดในวันที่ 28 มกราคม
สรุปแบบไม่ปลอบใจ
Meta ไม่ได้ “ทิ้ง VR” แต่ ยอมรับว่า Metaverse แบบเดิมทำให้ Quest เสียของ
การหันไปโฟกัส AI และ Smart Glasses คือการยอมรับความจริงเชิงธุรกิจ มากกว่าความฝันเชิงอุดมคติ
ถ้าถามตรง ๆ —
นี่ไม่ใช่การถอยแบบอ่อนแอ
แต่คือการ ตัดแขนขาที่ติดเชื้อ เพื่อรักษาร่างกายที่ยังมีอนาคต
ที่มา