Tesla Roadster บินได้จริง! โชว์เทคโนโลยี SpaceX พลิกตัวกลางอากาศ จากรถสปอร์ตไฟฟ้าสู่รถติด Thruster เร่ง 0-97 กม./ชม. ใน 0.81 วินาที เตรียมผลิตปี พ.ศ. 2571
Update

Tesla Roadster บินได้จริง! โชว์เทคโนโลยี SpaceX พลิกตัวกลางอากาศ จากรถสปอร์ตไฟฟ้าสู่รถติด Thruster เร่ง 0-97 กม./ชม. ใน 0.81 วินาที เตรียมผลิตปี พ.ศ. 2571

Tesla สร้างความฮือฮาด้วย Roadster รุ่นใหม่ที่สามารถลอยตัว กระโดดข้ามรถ และพลิกตัวกลางอากาศได้จริง ด้วยเทคโนโลยี Thruster ที่พัฒนาร่วมกับ SpaceX

แต่สิ่งที่เห็นยังไม่ใช่รถบินได้สำหรับเดินทางบนท้องฟ้าแบบเครื่องบิน เพราะ Roadster ถูกออกแบบให้เป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูงที่สามารถยกตัวและควบคุมการเคลื่อนที่ในอากาศได้ช่วงสั้น ๆ

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ตามเวลาสหรัฐอเมริกา Tesla จัดงานเผยโฉม Roadster เจเนอเรชันใหม่บริเวณศูนย์ทดสอบของ SpaceX ในรัฐเท็กซัส หลังจากที่รถรุ่นนี้ถูกเปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 และเลื่อนกำหนดการผลิตมาหลายครั้ง

แต่การกลับมาครั้งนี้ Tesla ไม่ได้โชว์แค่รถสปอร์ตไฟฟ้าที่แรงกว่าเดิม เพราะ Roadster รุ่นใหม่มีระบบที่ทำให้รถสามารถออกจากพื้นและเคลื่อนที่ในอากาศได้จริง

ในงานสาธิต รถ Roadster สีขาวขับขึ้นทางลาดที่โค้งจนตัวรถอยู่ในลักษณะเกือบกลับหัว ก่อนใช้แรงขับจากระบบ Thruster ช่วยควบคุมการเคลื่อนที่และลงจอด นอกจากนี้ยังมีการสาธิตให้รถยกตัวข้ามรถ Tesla รุ่นอื่น รวมถึง Cybertruck และ Tesla Semi อีกด้วย

เทคโนโลยีจาก SpaceX ทำให้รถลอยได้อย่างไร?

หัวใจสำคัญของ Roadster รุ่นใหม่นี้คือการนำเทคโนโลยีจาก SpaceX มาพัฒนาร่วมกับระบบควบคุมการเคลื่อนที่ของรถ

ระบบดังกล่าวมีองค์ประกอบหลักสองส่วน ได้แก่ Cold-gas Thruster และระบบสร้างแรงดูดใต้ท้องรถ

Cold-gas Thruster ใช้ก๊าซแรงดันสูงปล่อยออกทางหัวฉีดเพื่อสร้างแรงขับ แทนการเผาไหม้เชื้อเพลิงแบบเครื่องยนต์จรวดทั่วไป ทำให้สามารถใช้แรงขับช่วยเร่งความเร็ว ยกตัว และปรับทิศทางของรถขณะอยู่กลางอากาศได้

ส่วนระบบพัดลมใต้ท้องรถทำหน้าที่สร้างแรงดูดหรือ Downforce เพื่อเพิ่มการยึดเกาะกับพื้น แม้รถจะอยู่ในลักษณะเอียงหรือเกือบกลับหัว

การทำงานร่วมกันของทั้งสองระบบทำให้ Roadster สามารถแสดงท่าทางที่รถยนต์ทั่วไปไม่สามารถทำได้

เร่ง 0-97 กม./ชม. ในเวลาเพียง 0.81 วินาที

นอกจากความสามารถในการลอยตัว Tesla ยังสาธิตสมรรถนะการเร่งที่น่าสนใจ โดยรถต้นแบบสามารถทำความเร็วจาก 0-60 ไมล์/ชม. หรือประมาณ 97 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 0.81 วินาที

Tesla ยังระบุถึงความเร็วสูงสุดมากกว่า 370 กม./ชม. และระยะทางวิ่งมากกว่า 480 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ยังเป็นข้อมูลจากการสาธิตและการประกาศของ Tesla ไม่ใช่ผลทดสอบรถจำหน่ายจริงจากหน่วยงานอิสระ

Roadster มีให้เลือก 3 รูปแบบ

Tesla แบ่ง Roadster รุ่นใหม่ออกเป็นสามระดับตามความสามารถและรูปแบบการใช้งาน

  • Performance: รุ่นพื้นฐานสำหรับการขับขี่สมรรถนะสูง เน้นระบบแอโรไดนามิกและแรงยึดเกาะ
  • Thrust: เพิ่มระบบ Thruster สำหรับช่วยเพิ่มอัตราเร่งและสมรรถนะของรถ
  • Rocket: รุ่นพิเศษที่มีระบบ Thruster สำหรับควบคุมการเคลื่อนที่กลางอากาศ เป็นแบบที่นั่งเดียว และจำกัดการจำหน่ายเฉพาะผู้ได้รับเชิญ

สำหรับราคาจำหน่ายจริงยังไม่มีการยืนยันอย่างครบถ้วน โดยมีรายงานเงินมัดจำสำหรับบางรุ่นตั้งแต่ 50,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.67 ล้านบาท) ไปจนถึง 250,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 8.37 ล้านบาท) ซึ่งต้องแยกจากราคาขายตัวรถ

แล้วนี่ถือเป็นรถบินได้จริงหรือยัง?

คำตอบขึ้นอยู่กับนิยามของคำว่า “บินได้”

หากหมายถึงรถยนต์ที่สามารถยกตัวออกจากพื้น เคลื่อนที่และควบคุมทิศทางกลางอากาศได้ในระยะเวลาสั้น ๆ Roadster ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถดังกล่าวแล้ว

แต่ถ้าหมายถึง Flying Car ที่สามารถบินเดินทางจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่งเหมือนเครื่องบิน หรือ eVTOL ที่ออกแบบมาสำหรับการเดินทางทางอากาศ Roadster ยังไม่ได้แสดงความสามารถในระดับนั้น

สิ่งที่ Tesla นำเสนอจึงใกล้เคียงกับรถสปอร์ตไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่ติดตั้งระบบแรงขับพิเศษ มากกว่ารถบินได้สำหรับการเดินทางทั่วไป

นอกจากนี้ เรื่องความปลอดภัย การรับรองมาตรฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานบนถนนหรือในอากาศยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม

เตรียมผลิตปี พ.ศ. 2571 แต่ยังมีคำถามอีกมาก

Tesla วางแผนเริ่มผลิต Roadster รุ่นใหม่ในปี พ.ศ. 2571 ซึ่งห่างจากวันที่เผยโฉมแนวคิดรุ่นที่สองครั้งแรกถึง 11 ปี

แม้การสาธิตครั้งนี้จะแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีสามารถทำงานได้จริงในสภาพแวดล้อมที่ควบคุม แต่ยังมีอีกหลายคำถามที่ Tesla ต้องตอบ ทั้งความสามารถของรถรุ่นจำหน่ายจริง ความทนทานของระบบ Thruster ต้นทุนการดูแลรักษา และข้อจำกัดด้านความปลอดภัย

ที่น่าสนใจคือ Roadster ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าให้เร็วขึ้น แต่ยังเป็นการทดลองนำเทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมอวกาศมาประยุกต์ใช้กับยานยนต์ในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นจาก Tesla มาก่อน

ส่วนการที่ผู้ใช้ทั่วไปจะสามารถซื้อรถที่มีความสามารถแบบเดียวกับที่เห็นในงานสาธิตได้จริงหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไปจนกว่าจะเริ่มผลิตและส่งมอบในปี พ.ศ. 2571