Maidev XR

MaidevXR เว็บบล็อก เกี่ยวกับเรื่อง XR – MR – AR – VR – AI – IT ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ เกม และ เทคโนโลยี

RayNeo GT Series เปิดตัว! แว่น XRรุ่น GT Max จอ 267 นิ้ว FOV 59°พร้อม Dolby Vision และรุ่น GT มี FOV 46° รองรับ 3DoF ทั้งสองรุ่น ในราคาที่จับต้องได้

1 min read
RayNeo GT Series เปิดตัว! แว่น XRรุ่น GT Max จอ 267 นิ้ว FOV 59°พร้อม Dolby Vision และรุ่น GT มี FOV 46° รองรับ 3DoF ทั้งสองรุ่น ในราคาที่จับต้องได้

RayNeo GT Series เปิดตัว! แว่น XRรุ่น GT Max จอ 267 นิ้ว FOV 59°พร้อม Dolby Vision และรุ่น GT มี FOV 46° รองรับ 3DoF ทั้งสองรุ่น ในราคาที่จับต้องได้

RayNeo เปิดตัวแว่น AR เรือธงรุ่นใหม่ RayNeo GT Max ชูจุดขายจอภาพมุมกว้าง 59 องศา รองรับ Dolby Vision เป็นรุ่นแรกของโลกในกลุ่มแว่น AR พร้อมระบบเสียง Spatial Audio ที่ร่วมจูนกับ Bang & Olufsen

RayNeo แบรนด์ในเครือ TCL เปิดตัวแว่น AR ซีรีส์ใหม่ RayNeo GT โดยมีรุ่นท็อปคือ RayNeo GT Max ที่เน้นประสบการณ์ดูหนังระดับพรีเมียม ด้วยมุมมองภาพกว้างถึง 59 องศา ซึ่ง RayNeo ระบุว่าให้พื้นที่แสดงผลมากกว่าแว่น AR ทั่วไปที่มักอยู่ราว 45 องศา ประมาณ 86%

RayNeo อธิบายประสบการณ์การรับชมว่าเทียบเท่าหน้าจอขนาด 267 นิ้ว ที่ระยะห่าง 6 เมตร ให้ความรู้สึกใกล้เคียงการดูภาพยนตร์ในโรง IMAX

เบื้องหลังของ GT Max คือเทคโนโลยี Peacock Optical Engine 3.0 Max ระบบออปติคใหม่ที่ใช้โมดูลแสงแบบปริซึม และเทคโนโลยีสะท้อนภาพหลายชั้น ช่วยให้ตัวเครื่องบางลง 29% แม้ระบบภายในจะซับซ้อนขึ้น โดย RayNeo ระบุว่ากระบวนการผลิตโมดูลออปติคใช้เวลานานขึ้น 60% และต้นทุนเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว

ด้านจอภาพใช้แผง Micro OLED เจเนอเรชัน 5.5 แบบ Dual-layer เพื่อเพิ่มความสว่าง สี และคอนทราสต์ พร้อมการปรับจูนภาพร่วมกับแล็บภาพของ TCL และมีโหมด Pure Cinema Mode ที่เน้นถ่ายทอดภาพตามเจตนาของผู้สร้าง ไม่เร่งสีหรือดันภาพจนเกินจริง

จุดเด่นสำคัญคือ RayNeo GT Max เป็นแว่น AR รุ่นแรกของโลกที่รองรับ Dolby Vision อย่างเป็นทางการ แต่การรับชมคอนเทนต์ Dolby Vision จะต้องใช้ร่วมกับ RayNeo Magic Box 2 Dolby Vision Edition

ภายใน GT Max ใช้ชิปเฉพาะ 2 ตัว ได้แก่ Vision 4000 สำหรับประมวลผลภาพ และ Zone 360 สำหรับการคำนวณเชิงพื้นที่ ทำให้รองรับโหมดแสดงผล 3 รูปแบบ ได้แก่ Follow Mode, 3DoF และ Image Stabilization เหมาะทั้งการดูหนัง นั่งทำงาน หรือใช้งานระหว่างเดินทาง

ระบบเสียงก็ถูกยกระดับเช่นกัน โดย RayNeo ใส่ลำโพงทรง Racetrack ขนาดใหญ่ขึ้น 38% พร้อมระบบแม่เหล็ก 6 วงจร และได้ Bang & Olufsen มาช่วยจูนเสียง รองรับ Spatial Audio แบบ Head-tracking ทำให้ทิศทางเสียงขยับสัมพันธ์กับตำแหน่งของภาพในพื้นที่

น้ำหนักของ RayNeo GT Max อยู่ที่ 78 กรัม แม้ไม่ใช่แว่นที่เบาที่สุด แต่ RayNeo ระบุว่าได้ลดน้ำหนักจากต้นแบบเดิมที่หนัก 89 กรัม โดยใช้วัสดุอย่างไนลอน แมกนีเซียม-อะลูมิเนียมอัลลอย และบานพับโลหะผงเพื่อช่วยคุมน้ำหนักและความแข็งแรง

ตัวแว่นรองรับเลนส์สายตา สูงสุดสายตาสั้น 1000 องศา และสายตายาว 800 องศา พร้อมขนาดเฟรมให้เลือก S, M และ L

นอกจากรุ่น GT Max แล้ว RayNeo ยังเปิดตัว RayNeo GT รุ่นมาตรฐาน น้ำหนักเบากว่าอยู่ที่ 68 กรัม มาพร้อม FOV 46 องศา แต่ยังคงใช้ชิปคู่และรองรับโหมดเชิงพื้นที่เช่นกัน

ราคา RayNeo GT Max เริ่มต้นที่ 2,599 หยวน หรือประมาณ 385 ดอลลาร์ (ประมาณ 12,500 บาท)
RayNeo GT ราคา 1,899 หยวน หรือประมาณ 280 ดอลลาร์ (ประมาณ 9,100 บาท)
ส่วน Magic Box 2 Dolby Vision Edition ราคา 999 หยวน หรือประมาณ 150 ดอลลาร์ (ประมาณ 4,900 บาท)

RayNeo GT Series เปิดให้สั่งจองแล้วในจีน และเริ่มส่งมอบวันที่ 30 พฤษภาคม ปี พ.ศ. 2569

ที่มา
gizmochina