Zenith ปิดฉากเกม VR MMORPG หลังระดมทุนกว่า 1,500 ล้านบาท มีผู้เล่นหลายแสนคน แต่ทำไมสุดท้ายถึงไปไม่รอด?
VR Games

Zenith ปิดฉากเกม VR MMORPG หลังระดมทุนกว่า 1,500 ล้านบาท มีผู้เล่นหลายแสนคน แต่ทำไมสุดท้ายถึงไปไม่รอด?

จากเกม VR ออนไลน์ที่เคยถูกคาดหวังว่าจะเป็นอนาคตของโลกเสมือน วันนี้ Zenith กำลังจะปิดตัวลงอย่างถาวร แม้จะเคยมีผู้เล่นหลายแสนคนและได้รับเงินทุนมหาศาล แต่ปัญหาสำคัญกลับเป็นการรักษาผู้เล่นให้อยู่กับเกมในระยะยาว

Ramen VR ผู้พัฒนาเกม Zenith: The Last City ประกาศเตรียมปิดเซิร์ฟเวอร์อย่างถาวรในวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2569 หลังเปิดให้บริการมาเกือบ 5 ปี โดยให้เหตุผลว่าจำนวนผู้เล่นที่ลดลงไม่สามารถรองรับค่าใช้จ่ายในการดูแลเซิร์ฟเวอร์ได้อีกต่อไป

ข่าวนี้น่าสนใจตรงที่ Zenith ไม่ใช่เกมที่ล้มเหลวตั้งแต่เปิดตัว ตรงกันข้าม เกมเคยได้รับความสนใจอย่างมาก และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในความหวังของเกมแนว MMORPG บนแพลตฟอร์ม VR

แต่สุดท้าย ความสำเร็จในช่วงแรกกลับไม่เพียงพอที่จะทำให้เกมอยู่รอดได้

Zenith จากเกม VR ที่เคยมีอนาคตสดใส

Zenith: The Last City เปิดให้บริการในเดือนมกราคม พ.ศ. 2565 โดยนำรูปแบบเกม MMORPG มาสู่โลก VR ให้ผู้เล่นสามารถออกสำรวจโลกแฟนตาซี ต่อสู้กับศัตรู ทำภารกิจ และพบปะผู้เล่นคนอื่นได้เสมือนอยู่ในโลกเดียวกันจริง ๆ

ตัวเกมรองรับทั้ง Meta Quest, PC VR และ PlayStation VR โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้ร่างกายควบคุมการต่อสู้ การปีนป่าย และการเคลื่อนไหวในโลกเสมือน ซึ่งแตกต่างจากเกม MMORPG บนจอคอมพิวเตอร์ทั่วไป

ช่วงแรก Zenith ได้รับกระแสตอบรับที่ดี มีผู้เล่นสะสมหลายแสนคน และ Ramen VR สามารถระดมทุนได้รวมกว่า 45 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,500 ล้านบาท)

เงินทุนจำนวนนี้ทำให้ทีมพัฒนามีแผนขยายเกมและสร้างโลกออนไลน์ให้ใหญ่ขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปัญหาที่แท้จริงก็เริ่มปรากฏ

ปัญหาใหญ่ไม่ใช่ไม่มีคนเล่น แต่คนเล่นแล้วไม่กลับมา

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2567 ทีมพัฒนาเคยเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า แม้ Zenith จะมีผู้เล่นสะสมหลายแสนคน แต่ผู้เล่นส่วนใหญ่กลับเลิกเล่นหลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งเดือน

นี่คือปัญหาเรื่องการรักษาฐานผู้เล่น หรือ Player Retention ซึ่งมีความสำคัญมากสำหรับเกมออนไลน์

เพราะเกม MMORPG ไม่ได้ต้องการเพียงคนที่เข้ามาลองเล่น แต่ต้องมีผู้เล่นที่กลับมาอย่างต่อเนื่อง มีสังคมภายในเกม และมีเนื้อหาใหม่ให้ติดตาม

Zenith เองก็เคยถูกวิจารณ์เรื่องเนื้อหาที่ไม่หลากหลาย ภารกิจที่ซ้ำกัน และระบบเกมบางส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์เมื่อเทียบกับความคาดหวังของผู้เล่น MMORPG

เมื่อผู้เล่นทยอยหายไป แต่ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและดูแลเซิร์ฟเวอร์ยังคงอยู่ เกมจึงเริ่มประสบปัญหาขาดทุน

พยายามเปลี่ยนเป็นเกมฟรี แต่ก็ไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 Ramen VR พยายามปรับทิศทางเกมครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Zenith: Infinite Realms ซึ่งเป็นโหมดเล่นฟรี (Free-to-Play) เน้นการผจญภัยและเล่นร่วมกับผู้อื่น

ขณะที่ Zenith: The Last City ซึ่งเป็นเกมต้นฉบับถูกปรับให้เป็นเนื้อหาเสริมแบบเสียเงิน (DLC)

แนวทางนี้มีเป้าหมายเพื่อลดข้อจำกัดในการเข้าถึงเกมและดึงผู้เล่นกลุ่มใหม่เข้ามา พร้อมเพิ่มระบบซื้อสินค้าในเกมผ่านสกุลเงิน Zennies

แต่การเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องจำนวนผู้เล่นได้มากพอ

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2567 ทีมพัฒนาจึงประกาศยุติการพัฒนาเนื้อหาใหม่ โดยมีอัพเดทสุดท้ายออกมาในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ก่อนเข้าสู่ช่วงดูแลเซิร์ฟเวอร์โดยไม่มีการพัฒนาเนื้อหาใหม่อย่างต่อเนื่อง

แม้ทีมงานจะพยายามเปิดให้บริการต่อมาอีกกว่า 2 ปี แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้อีก

กำหนดปิดเซิร์ฟเวอร์ Zenith อย่างเป็นทางการ

Ramen VR ประกาศกำหนดการยุติบริการดังนี้

  • 21 ตุลาคม 2569: ยุติการจำหน่าย Zenith: The Last City และสกุลเงิน Zennies
  • 18 พฤศจิกายน 2569: วันสุดท้ายที่ผู้เล่นใหม่สามารถดาวน์โหลด Zenith: Nexus เวอร์ชันฟรี
  • 18 ธันวาคม 2569: ปิดเซิร์ฟเวอร์ถาวร เวลา 10.00 น. ตามเวลา PST หรือวันที่ 19 ธันวาคม เวลา 01.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ผู้เล่นเดิมยังสามารถเข้าเล่นเกมและใช้ Zennies ที่เหลืออยู่ได้จนถึงวันปิดเซิร์ฟเวอร์

สิ่งที่น่าเสียดายคือ ทีมพัฒนายืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีแผนเปิดตัวเกมเวอร์ชันออฟไลน์ หรือเปิดให้ชุมชนผู้เล่นสร้างเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง

นั่นหมายความว่า เมื่อเซิร์ฟเวอร์ปิดลง ผู้เล่นจะไม่สามารถกลับเข้าไปในโลกของ Zenith ได้อีก แม้จะเคยซื้อเกมมาก่อนก็ตาม

Zenith สะท้อนปัญหาอะไรของอุตสาหกรรม VR?

กรณีของ Zenith มีประเด็นที่น่าสนใจ เพราะเกมนี้มีทั้งเงินทุน ทีมพัฒนา และจำนวนผู้เล่นในช่วงเปิดตัว แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนความสนใจเหล่านั้นให้กลายเป็นฐานผู้เล่นระยะยาวได้

สำหรับเกม VR ความท้าทายอาจยิ่งมากกว่าเกมทั่วไป เพราะผู้เล่นต้องสวมชุดเฮดเซต ใช้พื้นที่ในการเคลื่อนไหว และอาจไม่สะดวกที่จะเล่นต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ขณะที่เกม MMORPG ต้องการให้ผู้เล่นกลับเข้ามาทำภารกิจ พบปะเพื่อน และใช้เวลาอยู่ภายในเกมอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ เกมออนไลน์ยังต้องการจำนวนผู้เล่นที่มากพอเพื่อรักษาสังคมภายในเกม เมื่อคนเริ่มหายไป ผู้เล่นที่เหลือก็อาจรู้สึกว่าโลกในเกมเงียบเหงาลง จนไม่อยากกลับมาเล่นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การปิดตัวของ Zenith ไม่ได้หมายความว่าเกม VR MMORPG ไม่มีอนาคต แต่สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาเกมออนไลน์ขนาดใหญ่บนตลาดที่ยังมีฐานผู้เล่นจำกัด จำเป็นต้องวางแผนเรื่องต้นทุน เนื้อหา และการรักษาผู้เล่นอย่างรอบคอบ

เมื่อเกมปิด โลกเสมือนที่เคยมีชีวิตก็หายไปด้วย

อีกประเด็นที่น่าคิดคือเรื่องของเกมออนไลน์ที่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลาง

สำหรับผู้เล่น Zenith ที่เคยใช้เวลาหลายสิบหรือหลายร้อยชั่วโมงอยู่ในเกม สร้างตัวละคร เก็บไอเทม ออกผจญภัย และพบเจอเพื่อนใหม่ สิ่งเหล่านั้นกำลังจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ

ต่างจากเกมที่สามารถเล่นออฟไลน์ได้ เกมแบบ Live Service อาจไม่เหลืออะไรให้กลับไปเล่นอีกเลยเมื่อผู้ให้บริการตัดสินใจปิดระบบ

Zenith จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า การสร้างโลกเสมือนขึ้นมาสักแห่งอาจเป็นเรื่องยาก แต่การทำให้โลกนั้นมีผู้คนอาศัยอยู่ต่อไปในระยะยาว กลับเป็นเรื่องที่ยากกว่า

และสำหรับคนที่เคยใช้เวลาอยู่ในโลกของ Zenith ตอนนี้ยังมีโอกาสกลับไปเยี่ยมโลกแห่งนี้อีกครั้ง ก่อนที่เซิร์ฟเวอร์จะปิดลงในเดือนธันวาคม


แหล่งข้อมูล

  • Road to VR: VRMMO ‘Zenith’ is Finally Pulling the Plug on Servers in December (22 ตุลาคม 2569)
  • Ramen VR: Zenith Servers Closing December 18, 2026 (21 ตุลาคม 2569)
  • Ramen VR: Why did Ramen VR decide to stop new content development for Zenith? (12 กรกฎาคม 2567)
  • UploadVR: VR MMORPG Zenith: Nexus’ Servers Will Shut Down In December