เจาะมุมมองนักพัฒนา XR ที่คลุกคลีกับจีนมาหลายปี พร้อมเรื่องที่คนอยากเข้าสู่ตลาดจีนควรรู้
แอนโทนี วิติลโล (Antony Vitillo) เผยเบื้องหลังตลาด XR จีน ทั้งเรื่องเกม VR แว่นอัจฉริยะ การแข่งขัน และสิ่งที่นักพัฒนาควรรู้ก่อนเข้าสู่ตลาดนี้
จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรม XR ของโลก มีทั้งผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายใหญ่ เทคโนโลยีใหม่ ๆ และการแข่งขันที่รวดเร็วมาก
แต่รู้ไหมครับว่า ตลาดเกม VR สำหรับผู้บริโภคในจีนกลับไม่ได้เติบโตเหมือน Meta Quest ขณะที่ Smart Glasses และ AI กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก
แอนโทนี วิติลโล (Antony Vitillo) หรือ สการ์เรดโกสต์ (SkarredGhost) นักพัฒนา XR และเจ้าของบล็อก The Ghost Howls ได้แชร์ประสบการณ์จากการเดินทางและทำงานร่วมกับบริษัท XR ในจีนมาหลายปี ผ่านบทความบน Road to VR เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569
เขาตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลเกี่ยวกับจีนที่เผยแพร่ในสื่อตะวันตกอาจไม่ตรงกับความเป็นจริงเสมอไป บางเรื่องเป็นเพียงความเข้าใจผิดที่ถูกเล่าต่อกันมา
อย่างข่าวที่เคยอ้างว่าจีนกำลังสร้าง Metaverse บน WeChat แต่จากการพูดคุยกับคนในวงการ XR รวมถึงผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับ WeChat เขากลับไม่พบใครที่รู้จักโครงการดังกล่าว
วิติลโลจึงแนะนำว่า หากต้องการเข้าใจตลาดจีนจริง ๆ ควรเลือกแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และถ้ามีโอกาสก็ควรเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเอง
จีนไม่เคยมีช่วงเวลาที่เรียกว่า Quest Moment
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่วิติลโลพูดถึงคือ จีนไม่เคยมีช่วงเวลาที่เรียกว่า “Quest Moment” หรือช่วงที่ชุดเฮดเซต VR สามารถเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมาก ด้วยราคาที่เหมาะสมและมีเกมคุณภาพรองรับอย่างต่อเนื่อง
แม้ PICO จะพยายามสร้างตลาดลักษณะนี้ โดยเฉพาะช่วงเปิดตัว PICO 4 แต่หลังจากนั้นบริษัทก็เริ่มเปลี่ยนทิศทางธุรกิจ
ในมุมมองของวิติลโล ตลาดเกม VR สำหรับผู้บริโภคทั่วไปในจีนจึงยังมีขนาดค่อนข้างจำกัด
แล้วตลาด VR จีนเล็กแค่ไหน?
มีผู้อ่านตั้งคำถามใต้บทความเกี่ยวกับจำนวนชุดเฮดเซตที่ขายได้ในจีน รวมถึงจำนวนผู้ใช้งาน Standalone และ PCVR
วิติลโลตอบว่า แม้จะมีตัวเลขประมาณการจากแหล่งที่ไม่เป็นทางการ แต่เขาไม่มีข้อมูลทั้งหมดอยู่ในมือ
อย่างไรก็ตาม เขาเคยได้รับข้อมูลว่าในปี 2565 มีการคาดหวังว่าจำนวนชุดเฮดเซต VR ในมือผู้บริโภคจีนจะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านเครื่อง ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรจีนกว่าพันล้านคน
ต้องเน้นว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงความคาดหวังในเวลานั้น ไม่ใช่ยอดขายจริงหรือจำนวนผู้ใช้งานที่ได้รับการยืนยัน
แต่ VR Arcade กลับพบเห็นได้ทั่วไป
แม้ตลาดผู้บริโภคจะมีขนาดจำกัด แต่ไม่ได้หมายความว่าคนจีนไม่สนใจ VR
วิติลโลเล่าว่า สิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปกลับเป็นธุรกิจ VR Arcade ตามศูนย์การค้า ตั้งแต่เครื่องเล่นจำลองสถานการณ์ เกมยิงซอมบี้ ไปจนถึงพื้นที่ VR ขนาดใหญ่ที่เปิดให้ผู้เล่นเดินสำรวจโลกเสมือนได้จริง
บางแห่งรองรับผู้เล่นหลายคนในพื้นที่เดียวกัน แม้แต่ละคนจะเล่นประสบการณ์ของตัวเอง โดยระบบจะแสดงตำแหน่งผู้เล่นคนอื่นเพื่อป้องกันการเดินชนกัน
ธุรกิจลักษณะนี้เน้นขายประสบการณ์ให้คนเข้ามาเล่นเป็นครั้ง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อชุดเฮดเซตกลับบ้าน
VR สำหรับองค์กรยังมีตลาด โดยเฉพาะการฝึกอบรมและการจำลองสถานการณ์
สำหรับตลาดองค์กร หรือ B2B วิติลโลเล่าว่าเขาเคยพูดคุยกับบริษัทจีนจำนวนมากที่พัฒนา VR สำหรับการฝึกอบรม (Training) การจำลองสถานการณ์ (Simulation) และการศึกษาในโรงเรียน
อีกด้านที่เริ่มได้รับความสนใจคือ Robotics หรือเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ซึ่งกำลังมีกระแสเติบโตในจีน แม้เขายังไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการนำ XR ไปใช้งานในด้านนี้
อย่างไรก็ตาม แม้ตลาด B2B ยังคงสร้างโอกาสทางธุรกิจ แต่การลงทุนก็ชะลอตัวลงจากช่วงที่ Metaverse กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก
ภาพรวมจึงไม่ได้หมายความว่า VR หายไปจากจีน แต่รูปแบบการใช้งานอาจไม่ได้เน้นตลาดเกมสำหรับผู้บริโภคเหมือนที่หลายคนคาดหวัง
Smart Glasses และ AI กลายเป็นสนามแข่งขันใหม่
ในขณะที่ชุดเฮดเซต VR ได้รับความสนใจด้านการลงทุนลดลง ตลาด Smart Glasses กลับกำลังคึกคัก
ทั้ง Huawei, Alibaba, Rokid และ RayNeo ต่างพัฒนาแว่นอัจฉริยะออกมาหลายรูปแบบ ตั้งแต่แว่นสำหรับดูภาพยนตร์ แว่นที่ใช้ AI ช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงแว่นสำหรับการใช้งานเฉพาะทาง
วิติลโลเล่าว่าเขาประทับใจคุณภาพภาพถ่ายและวิดีโอจากแว่น AI ของ Huawei ขณะที่ Alibaba พัฒนาแว่นที่มีระบบติดตามดวงตา (Eye Tracking) เพื่อช่วยให้ AI เข้าใจว่าผู้ใช้กำลังมองอะไรอยู่
ส่วน Rokid เป็นบริษัทที่เขามองว่ามีความโดดเด่นด้านการสร้างระบบนิเวศสำหรับนักพัฒนา
AI เองก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในจีนเช่นกัน โดยมีบริษัทอย่าง ByteDance ที่พัฒนา Doubao ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในบริการ AI ที่ได้รับความนิยมในประเทศ
การแข่งขันจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องความคมชัด น้ำหนัก หรือมุมมองภาพอีกต่อไป แต่กำลังขยับไปสู่การนำ AI และบริการต่าง ๆ มาเชื่อมกับการใช้งานจริง
อย่างไรก็ตาม วิติลโลตั้งข้อสังเกตว่า แม้ตลาด Smart Glasses จะได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่านักพัฒนาจะสร้างรายได้จากตลาดนี้ได้อย่างไร ซึ่งเป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นทั้งในจีนและตะวันตก
อยากทำธุรกิจ XR ในจีน ต้องมีพันธมิตรท้องถิ่น
วิติลโลย้ำว่า หากจะให้คำแนะนำเพียงข้อเดียวสำหรับคนที่ต้องการเข้าไปทำธุรกิจ XR ในจีน เขาจะแนะนำให้หาพันธมิตรท้องถิ่นที่ไว้ใจได้
เพราะตลาดจีนมีทั้งภาษา วัฒนธรรม พฤติกรรมผู้บริโภค และกฎระเบียบที่แตกต่างจากตลาดตะวันตก
การนำเกม VR ที่ประสบความสำเร็จบน Meta Quest เข้าไปขายในจีนตรง ๆ อาจไม่ได้ผล บางเกมอาจต้องปรับให้เหมาะกับการเล่นใน VR Arcade แทนการเล่นที่บ้าน
เขายกตัวอย่างประสบการณ์นำเกมมวย VR อย่าง HitMotion: Reloaded ไปจัดแสดงในจีนเมื่อปี 2562
ตอนแรกทีมงานให้ผู้เล่นผ่านขั้นตอนสอนเล่นตามปกติ แต่พบว่าหลายคนเริ่มเบื่อ เมื่อได้รับคำแนะนำจากคนท้องถิ่นให้ข้ามขั้นตอนสอน และเปิดให้เริ่มเล่นได้ทันที ผลตอบรับกลับดีขึ้นอย่างชัดเจน
เรื่องนี้ทำให้เขาเข้าใจว่า การปรับคอนเทนต์ให้เข้ากับตลาดไม่ได้มีแค่การแปลภาษา แต่ต้องเข้าใจพฤติกรรมและความคาดหวังของผู้ใช้ด้วย
แม้ปัจจุบัน AI จะช่วยแปลภาษาได้สะดวกขึ้น แต่การมีคนที่สื่อสารภาษาจีนกลางและเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นก็ยังมีความสำคัญ โดยเฉพาะการเจรจาธุรกิจและการจัดแสดงผลิตภัณฑ์
ตลาดจีนใช้แพลตฟอร์มและบริการต่างจาก Global
อีกเรื่องที่นักพัฒนาต้องรู้คือ ช่องทางประชาสัมพันธ์และบริการออนไลน์ในจีนแตกต่างจากที่ใช้กันในตลาดโลก
หากต้องการทำตลาดในจีน ต้องรู้จักแพลตฟอร์มอย่าง Douyin, Bilibili และ WeChat รวมถึงสื่อด้าน VR ท้องถิ่นที่มีบทบาทสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภค
ระบบบริการก็เช่นเดียวกัน
วิติลโลยกตัวอย่างแว่น Qwen ของ Alibaba ที่มีจุดแข็งจากการเชื่อมต่อกับบริการต่าง ๆ ในเครือ ไม่ว่าจะเป็น Amap สำหรับแผนที่ Alipay สำหรับชำระเงิน และ Taobao สำหรับซื้อสินค้าออนไลน์
บริการเหล่านี้มีผู้ใช้จำนวนมหาศาลในจีน ทำให้การเชื่อมต่อระบบนิเวศมีคุณค่าอย่างมาก
แต่หากนำอุปกรณ์ไปขายต่างประเทศ ซึ่งผู้คนใช้บริการคนละชุด ความได้เปรียบดังกล่าวก็อาจลดลงทันที
ในทางกลับกัน นักพัฒนาต่างชาติที่ต้องการนำแอพหรืออุปกรณ์เข้ามาขายในจีน ก็ต้องปรับให้รองรับบริการที่คนจีนคุ้นเคยเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีกฎระเบียบด้านเนื้อหาเกม การเผยแพร่ และการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้ที่ต้องปฏิบัติตาม จึงไม่ใช่แค่การนำเกมหรือแอพไปแปลเป็นภาษาจีนแล้วจะสามารถเปิดให้บริการได้ทันที
ตลาดที่พัฒนาเร็ว แต่แข่งขันกันรุนแรง
อีกเรื่องที่วิติลโลพูดถึงคือความเร็วของการทำธุรกิจในจีน
เขายกคำเปรียบเทียบว่า “หนึ่งเดือนในเซินเจิ้น เท่ากับสามเดือนในยุโรป” เพื่อสะท้อนความเร็วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการแข่งขัน
โดยเฉพาะตลาด Smart Glasses ที่มีผู้ผลิตจำนวนมากพัฒนาอุปกรณ์ออกมาแข่งขันกัน ทั้งด้านฟีเจอร์และราคา
แต่การแข่งขันที่รุนแรงก็มีความเสี่ยง ทั้งเรื่องสินค้าลอกเลียนแบบ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และจำนวนผู้ผลิตที่อาจเหลือผู้ชนะเพียงไม่กี่รายในระยะยาว
แล้วถ้าตลาดจีนเข้าไปแข่งขันยาก ตลาดอื่นในเอเชียจะน่าสนใจกว่าหรือไม่?
ในคอมเมนต์ใต้บทความ มีผู้อ่านถามถึงตลาดญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งวิติลโลมองว่าทั้งสองประเทศมีตลาดขนาดเล็กกว่าจีน แต่สำหรับนักพัฒนาจากตะวันตกอาจเข้าไปทำตลาดได้ง่ายกว่า
จากประสบการณ์พูดคุยกับคนในวงการ XR ญี่ปุ่น เขาพบว่า VR มีฐานผู้ใช้เฉพาะกลุ่มอยู่ แต่ยังไม่ใช่ตลาดขนาดใหญ่มากนัก
เขายังมองว่าสหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาด VR ที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้พัฒนาเกมในปัจจุบัน
มุมมองจาก Maidev XR: ระบบนิเวศสำคัญไม่แพ้ฮาร์ดแวร์
สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่าสอดคล้องกับบทความนี้คือ ความแตกต่างระหว่างระบบ PICO ในจีนกับ Global
จากที่เคยเข้าไปดูแอพและคอนเทนต์ของ PICO ฝั่งจีน พบว่ามีสิ่งที่น่าสนใจอยู่มาก แต่หลายอย่างไม่ได้เปิดให้ผู้ใช้ Global เข้าถึงในรูปแบบเดียวกัน
แม้ UI/UX บางส่วนอาจไม่ได้ดีเท่า Meta แต่หลายบริการก็ตอบโจทย์ผู้ใช้ในตลาดจีนได้ดี
เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า การพัฒนาฮาร์ดแวร์ให้ดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะการจะทำตลาดในแต่ละประเทศ ยังต้องมีระบบนิเวศของซอฟต์แวร์ คอนเทนต์ และบริการที่เหมาะสมกับผู้ใช้ในพื้นที่นั้นด้วย
ซึ่งก็สอดคล้องกับสิ่งที่วิติลโลพยายามอธิบายมาตลอดทั้งบทความ
อนาคต XR จีนจะไปทางไหน?
สิ่งที่น่าสนใจจากบทความ Road to VR คือ จีนไม่ได้มีเพียงความแข็งแกร่งด้านการผลิตฮาร์ดแวร์ แต่ยังมีตลาดและระบบนิเวศที่แตกต่างจากฝั่งตะวันตกอย่างมาก
ตลาดเกม VR สำหรับผู้บริโภคอาจไม่ได้เติบโตอย่างที่เคยคาดหวัง แต่ VR Arcade และการใช้งานในภาคธุรกิจก็ยังมีบทบาท ขณะที่ Smart Glasses และ AI กำลังกลายเป็นพื้นที่การแข่งขันแห่งใหม่
ยังมีคำถามที่น่าสนใจจากผู้อ่านว่า เหตุใดจีนจึงไม่เคยมี Quest Moment แบบเดียวกับฝั่งตะวันตก เป็นเพราะการลงทุนสร้างระบบนิเวศ หรือเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่แตกต่างกัน?
คำถามนี้ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน แต่ก็เป็นสิ่งที่น่าจับตาเมื่อมองอนาคตของตลาด XR จีน
สำหรับผม สิ่งที่น่าสนใจต่อจากนี้จึงไม่ใช่แค่บริษัทไหนจะเปิดตัวแว่นรุ่นใหม่ที่มีสเปกดีกว่า แต่เป็นบริษัทไหนที่จะสร้างระบบนิเวศที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
เพราะในตลาดที่แข่งขันกันด้วยความเร็วอย่างจีน เทคโนโลยีที่ดีที่สุดอาจไม่ได้เป็นผู้ชนะเสมอไป
ที่มา: Road to VR – Breaking Into China’s XR Market: A Starter Guide for Developers
ผู้เขียน: แอนโทนี วิติลโล (Antony ‘SkarredGhost’ Vitillo)
เผยแพร่: 23 ตุลาคม 2569
ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องจำนวนชุดเฮดเซต VR ตลาด B2B และตลาดญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ มาจากการตอบความคิดเห็นของผู้เขียนใต้บทความ ส่วนมุมมองเกี่ยวกับ PICO China และ Global เป็นประสบการณ์และความคิดเห็นของ Maidev XR
#MaidevXR #VR #AR #XR #PICO #SmartGlasses #AI #SpatialComputing #XRChina
