ไม่มีกล้องก็ขายได้! MemoMind One ระดมทุนทะลุ 1 ล้านดอลลาร์ สมาร์ทกลาส มีจอ ที่เดิมพันกับ “ความเป็นส่วนตัว” แทนการถ่ายภาพ
1 min read
ไม่มีกล้องก็ขายได้! MemoMind One ระดมทุนทะลุ 1 ล้านดอลลาร์ สมาร์ทกลาส มีจอ ที่เดิมพันกับ “ความเป็นส่วนตัว” แทนการถ่ายภาพ
MemoMind One แว่น Smart Glasses จาก XGIMI เลือกเดินคนละทางกับแว่น AI หลายรุ่น ด้วยการตัดกล้องออกทั้งหมด แต่ใส่จอ Micro-LED และฟีเจอร์ AI สำหรับแปลภาษา นำทาง และแสดงข้อมูลตรงหน้าผู้ใช้
ล่าสุดโครงการบน Kickstarter สามารถระดมทุนทะลุ 1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 33 ล้านบาท) สะท้อนว่าตลาดแว่นอัจฉริยะที่ “มองเห็นข้อมูลได้ แต่ไม่มีกล้อง” อาจมีพื้นที่มากกว่าที่หลายคนคิด
XGIMI ผู้ผลิตโปรเจกเตอร์จากประเทศจีน กำลังทดลองเข้าสู่ตลาด Smart Glasses ด้วย MemoMind One แว่นอัจฉริยะที่มีแนวคิดแตกต่างจากผลิตภัณฑ์อย่าง Ray-Ban Meta อย่างชัดเจน เพราะตัวแว่น ไม่มีกล้องสำหรับถ่ายภาพหรือวิดีโอเลย
Road to VR รายงานเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ว่า โครงการ MemoMind One บน Kickstarter สามารถระดมทุนทะลุ 1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 33 ล้านบาท) แล้ว หลังเปิดแคมเปญเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน โดยเป้าหมายเริ่มต้นของโครงการตั้งไว้เพียงประมาณ 10,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 330,000 บาท) เท่านั้น และแคมเปญจะสิ้นสุดวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ก่อนหน้านี้ MemoMind One สามารถระดมทุนผ่านระดับ 500,000 ดอลลาร์ได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ทำให้ยอดระดมทุนระดับ 1 ล้านดอลลาร์ครั้งนี้เริ่มสะท้อนว่าแนวคิด Smart Glasses ที่มีจอแต่ไม่มีกล้องอาจมีความต้องการจากผู้ใช้จริงอยู่ไม่น้อย
Smart Glasses ที่เลือก “จอ” แทน “กล้อง”
MemoMind One เปิดตัวครั้งแรกในช่วงงาน CES เดือนมกราคม พ.ศ. 2569 จุดเด่นอยู่ที่การใช้ จอ Micro-LED สีเขียวแบบคู่ ความสว่างสูงสุดประมาณ 2,000 nits สำหรับแสดงข้อมูลตรงหน้าผู้ใช้ พร้อมระบบเสียงในตัว
ตัวแว่นสามารถนำจอมาช่วยในงานหลายรูปแบบ เช่น
- แปลภาษาแบบเรียลไทม์
- แสดงข้อมูลจาก AI
- จดบันทึกและช่วยจำข้อมูล
- แสดงการนำทาง
- แสดงการแจ้งเตือนและข้อมูลต่าง ๆ
- ใช้เป็น Teleprompter
แนวคิดจึงไม่ใช่การใช้ AI เพื่อ “มองโลกแทนเรา” ผ่านกล้อง แต่เป็นการใช้ AI เพื่อ นำข้อมูลที่เราต้องการมาแสดงอยู่ตรงหน้า แทน
ราคาเริ่มต้นประมาณ 13,200 บาท
อีกจุดที่ทำให้ MemoMind One น่าสนใจคือราคา ซึ่งต่ำกว่า Smart Glasses แบบมีจอหลายรุ่นในตลาด
รุ่น Standard Edition ทั้งดีไซน์ Nomad, Gotham และ Archive เริ่มต้นที่ 400 ดอลลาร์ (ประมาณ 13,200 บาท)
รุ่น Custom Edition ที่มีตัวเลือกสีเพิ่มเติม เริ่มต้นที่ 450 ดอลลาร์ (ประมาณ 14,900 บาท)
ส่วนรุ่นที่เพิ่มเลนส์สายตาอยู่ที่ประมาณ 500 ดอลลาร์ (ประมาณ 16,500 บาท) โดย XGIMI ระบุว่าการจัดส่งชุดแรกคาดว่าจะเริ่มในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569
เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง Even Realities G2 ซึ่งมีราคาเริ่มต้นประมาณ 600 ดอลลาร์ (ประมาณ 19,800 บาท) ก่อนเพิ่มเลนส์สายตา MemoMind One จึงวางตัวเองค่อนข้างชัดว่าเป็น Smart Glasses แบบมีจอที่ต้องการเข้าถึงตลาดกว้างขึ้น
“ไม่มีกล้อง” กำลังกลายเป็นจุดขาย?
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่สเปกหรือราคา แต่คือการที่ MemoMind นำคำว่า “ไม่มีกล้อง” มาใช้เป็นจุดขายหลัก
ในช่วงที่ Smart Glasses แบบมีกล้องได้รับความนิยมมากขึ้น ปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวก็เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อคนรอบข้างไม่สามารถรู้ได้ง่าย ๆ ว่าคนที่ใส่แว่นกำลังบันทึกภาพอยู่หรือไม่
MemoMind One ตัดปัญหาส่วนนี้ออกตั้งแต่การออกแบบ เพราะไม่มีฮาร์ดแวร์กล้องติดตั้งอยู่บนแว่นเลย
และนี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แนวคิดของ MemoMind One ได้รับความสนใจ เพราะผู้ใช้ยังสามารถมีจอแสดงข้อมูล, AI, ระบบแปลภาษา และระบบนำทางอยู่ตรงหน้า โดยไม่ต้องมีกล้องจับภาพสิ่งรอบตัวตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม ไม่มีกล้อง ไม่ได้หมายความว่าไม่มีประเด็นด้าน Privacy เลย เพราะตัวแว่นยังใช้ไมโครโฟนสำหรับฟีเจอร์อย่างการรับคำสั่งเสียง การถอดเสียง และการแปลภาษา ดังนั้นเรื่องการจัดการข้อมูลเสียงและบริการ AI ก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเช่นกัน
นี่อาจเป็นอีกเส้นทางหนึ่งของ Smart Glasses
ยอด Kickstarter มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าแว่นประเภทนี้จะกลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ เพราะ Crowdfunding กับตลาดผู้บริโภคจริงยังเป็นคนละระดับกัน
แต่มันกำลังส่งสัญญาณที่น่าสนใจว่า Smart Glasses ไม่จำเป็นต้องเดินไปในทิศทาง “กล้อง + AI” เพียงอย่างเดียว
ตลาดอาจแยกออกเป็นอย่างน้อยสองแนวทาง
ฝั่งหนึ่งคือแว่นที่ใช้กล้องเพื่อให้ AI สามารถมองเห็นและเข้าใจสิ่งรอบตัว
อีกฝั่งคือแว่นที่เน้นการนำข้อมูลจาก AI มาแสดงให้ผู้ใช้เห็น โดยไม่จำเป็นต้องมองโลกผ่านกล้องตลอดเวลา
และถ้าความกังวลเรื่อง Privacy ของ Smart Glasses เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แนวคิด “มีจอ แต่ไม่มีกล้อง” แบบ MemoMind One อาจกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นกว่าที่คิดครับ
ที่มา
roadtovr