Ubisoft “ถอยอีกก้าว” ปิดสตูดิโอ VR เบื้องหลัง Assassin’s Creed Nexus
1 min read
Ubisoft “ถอยอีกก้าว” ปิดสตูดิโอ VR เบื้องหลัง Assassin’s Creed Nexus
เมื่อเกมดี…แต่ “ยอดขายไม่พอ” อาจเป็นสัญญาณเตือนวงการ VR ทั้งหมด
เกม VR ระดับ AAA ที่หลายคนบอกว่าดีที่สุด กลับไม่รอดในเชิงธุรกิจ
นี่อาจไม่ใช่แค่ข่าวร้ายของ Ubisoft แต่คือ Reality Check ของ VR ทั้งวงการ
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
Ubisoft ประกาศ “ยุติการพัฒนาเกม” ของสตูดิโอ Red Storm Entertainment
ซึ่งเป็นทีมสำคัญที่อยู่เบื้องหลังเกม VR หลายตัว รวมถึง Assassin’s Creed Nexus VR
ผลกระทบตรง ๆ คือ
- 💥 พนักงานกว่า 105 คน ถูกเลิกจ้าง
- 🧩 ทีมที่เหลือจะถูกย้ายไปทำงานสาย support เช่น IT และ Snowdrop Engine
- 🪓 เป็นส่วนหนึ่งของแผน “ลดต้นทุน” มากกว่า €200 ล้าน
พูดตรง ๆ: Ubisoft กำลัง “รีเซ็ตบริษัท” และ VR ไม่ใช่ priority อีกต่อไป
ทั้งที่เกมมัน “ดีมาก” ทำไมถึงไม่รอด?
นี่คือจุดที่ต้องมองแบบไม่โลกสวย
Assassin’s Creed Nexus VR
- ได้รางวัล Quest Game of the Year 2023
- รีวิวดีมาก หลายคนบอกว่า “ดีที่สุดของ Assassin’s Creed เท่าที่เคยเล่น”
แต่…
- CEO อย่าง Yves Guillemot ออกมาบอกตรง ๆ
ว่า “ยอดขายไม่ถึงเป้า” และ
ยังไม่พร้อมลงทุน VR เพิ่ม จนกว่าตลาดจะโตพอ
ตัวเลข (แบบไม่เป็นทางการ แต่พอเดาได้)
จาก community มีการวิเคราะห์ผ่าน achievement:
- คนปลด achievement แรก ≈ 675,000 คน
- รีวิวใน Store ≈ 5,400 รีวิว
แปลว่า…
- Reach อาจ “ไม่เล็ก”
- แต่ Conversion → “ไม่พอคุ้มทุน AAA”
นี่คือ pain จริงของ VR ตอนนี้:
คนเล่น “มี” แต่ยังไม่ “มากพอจะคืนทุนเกมใหญ่”
เสียงจาก Community
- บางคนบอกว่าเกมนี้คือ “Hidden Gem”
- บางคนเสียดายที่ Star Trek: Bridge Crew ไม่มีภาคต่อ
- หลายเสียงอยากเห็น sequel แต่ก็ “ไม่มั่นใจว่าจะเกิด”
สรุป sentiment:
คนเล่น “รัก” แต่ “ไม่พอจะทำให้มันอยู่รอด”
วิเคราะห์แบบไม่อวย (นี่แหละเรื่องจริง)
ถ้าจะพูดกันแบบตรง ๆ:
1. VR ยังไม่ใช่ตลาด AAA จริง ๆ
- ผู้เล่นยังน้อย
- ราคาเกมสูง → คนลังเล
- ROI ไม่คุ้มสำหรับบริษัทระดับ Ubisoft
2. Cost มัน “โหด” เกินไป
เกมระดับ Nexus ไม่ใช่ indie เล็ก ๆ
มันคือ production แบบ AAA เต็มตัว
👉 ใช้เงินหลักสิบล้านเหรียญได้สบาย
แต่ขายได้ระดับ “ไม่ถึงล้านชุดแบบมั่นคง”
= เจ๊งทันที
3. Meta Subsidy Model ก็ยังไม่พอ
ถึงจะมี funding จาก Meta
แต่ Carmack ก็เคยพูดไว้ตรง ๆ:
ระบบนี้มัน “วนเงินไปมา” และไม่ sustainable
4. Ubisoft เลือก “ความอยู่รอด” ก่อน Vision
บริษัทกำลังลดต้นทุนหนัก
สิ่งที่ “ยังไม่ทำเงิน” → ตัดก่อน
VR เลยโดนเต็ม ๆ
สิ่งที่วงการ XR ต้องคิดต่อ
ข่าวนี้ไม่ใช่แค่ Ubisoft
แต่มันคือคำถามใหญ่:
- VR จะไปต่อยังไง ถ้า AAA ยังไม่รอด?
- หรืออนาคตจะเป็นแค่ indie + experimental?
- หรือรอ hardware mass adoption ก่อน?
สรุปแบบ Maidev XR
👉 เกมดี ≠ ธุรกิจรอด
👉 VR ยัง “ไม่ใหญ่พอ” สำหรับ AAA scale
👉 และบริษัทใหญ่ “ไม่รอ” ถ้ามันไม่ทำเงิน
มุมที่อยากให้คิด
ถ้าคุณเชื่อว่า VR คืออนาคต
ข่าวนี้ควรทำให้ “ตาสว่าง” ไม่ใช่ “หมดหวัง”
เพราะมันบอกชัดว่า:
ตอนนี้ VR ยังอยู่ใน phase “พิสูจน์ตัวเอง”
ไม่ใช่ “เก็บเกี่ยว”
ที่มา
uploadvr