Batman: Arkham Shadow ภาคต่อถูกยกเลิก เมื่อ Meta ถอยจากเกม VR เสียงสะท้อนจากคอมมูนิตี้เริ่มดังขึ้น
1 min read
Batman: Arkham Shadow ภาคต่อถูกยกเลิก เมื่อ Meta ถอยจากเกม VR เสียงสะท้อนจากคอมมูนิตี้เริ่มดังขึ้น
จากเกมเรือธงของ Quest กลายเป็นสัญญาณเตือนอนาคต VR Gaming
การยกเลิก Batman: Arkham Shadow ภาคต่อ ไม่ใช่แค่ข่าวเกมหนึ่งเกมหายไป แต่คือภาพสะท้อนการเปลี่ยนทิศทางเชิงโครงสร้างของ Meta อย่างชัดเจน
Meta ได้ยกเลิกการพัฒนา ภาคต่อของ Batman: Arkham Shadow อย่างเป็นทางการ พร้อมกับการเลย์ออฟครั้งใหญ่ในสตูดิโอ Camouflaj ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเกมภาคแรก โดยแม้ Camouflaj จะยังไม่ถูกปิดทั้งสตูดิโอเหมือนกรณีอื่น แต่ก็ จะไม่พัฒนาเกม VR อีกต่อไป
ที่สำคัญคือ งานภาคต่อของ Batman: Arkham Shadow แท้จริงแล้ว ถูกย้ายไปพัฒนาโดย Sanzaru Games ก่อนหน้านี้ และการปิดสตูดิโอ Sanzaru เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เป็นจุดจบของโปรเจกต์นี้โดยสมบูรณ์
Batman: Arkham Shadow เคยเป็น เกม Blockbuster ที่แถมมากับ Quest 3S และถูกผลักดันอย่างหนักในฐานะ “System Seller” ของแพลตฟอร์ม ซึ่งทาง UploadVR ถึงกับยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน VR Games ที่ดีที่สุดของ Meta ในช่วงหลัง
ย้อนกลับไปปี พ.ศ. 2567
Ryan Payton ผู้ก่อตั้ง Camouflaj เคยให้สัมภาษณ์ว่า “อยากทำภาคต่อมาก” และเพียงไม่กี่เดือนก่อน นักพากย์เสียง Commissioner Gordon ยังยืนยันว่าโปรเจกต์กำลังจะเริ่มจริง
แต่วันนี้ ทุกอย่างจบลงแล้ว
เหลือใครใน Meta ที่ยังทำเกมอยู่?
เมื่อรวมการปิด 3 สตูดิโอหลัก และการเลย์ออฟ Camouflaj ปัจจุบัน Meta เหลือสตูดิโอที่ยัง “ทำงานเชิงรุก” เพียง 3 แห่งเท่านั้น
- Beat Games – Beat Saber
- BigBox VR – Population: One
- Ouro Interactive – Horizon Worlds
และทั้งหมดคือ Live Service ไม่มีวี่แววเกม AAA ภาคใหม่ หรือ System Seller ตัวถัดไป
กลยุทธ์เปลี่ยน: เงิน VR → Smart Glasses
Meta ยืนยันแล้วว่า
“กำลังย้ายการลงทุนบางส่วนจาก Metaverse ไปยัง AI Glasses และ Wearables”
ขณะเดียวกัน
- ยอดขาย Quest ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี ลดลงเมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2567
- Ray-Ban Meta Smart Glasses กลับ ขายดีจนผลิตไม่ทัน
- Bloomberg รายงานว่า Meta กำลังพิจารณา เพิ่มกำลังการผลิต Smart Glasses เป็น 2–3 เท่า
และเกม VR คือ “ต้นทุน” ที่ถูกตัดออกก่อน
เสียงจากคอมมูนิตี้: Quest 4 จะยังมีจริงไหม?
คอมเมนต์จากผู้ใช้งาน VR สะท้อนภาพที่แตกออกเป็นหลายมุม
❓ “จะยังมี Quest 4 ที่โฟกัสเกมอีกไหม ในเมื่อไม่มีเกมให้เล่น?”
“ถ้าไม่มี First-party, ไม่มีเงินอุดหนุน, ไม่มี Horizon team
Quest 4 จะขายให้ใคร?”
❄️ “เราเข้าสู่ VR Winter แล้วหรือเปล่า?”
หลายเสียงเห็นตรงกันว่า VR กำลังเข้าสู่ช่วง Winter
ไม่ใช่หายไป แต่เล็กเกินกว่าที่ Meta, Sony, Apple จะสนใจ
🧠 “นี่อาจเป็นเรื่องดี”
บางคนมองว่า
“การล่มสลายของระบบปิด จะเปิดทางให้ PCVR, Indie, Mods กลับมาเติบโต
เหมือนยุคที่คนเคยบอกว่า PC Gaming ตายไปแล้ว”
🎮 “Meta เลิกทำเกม = เลิกเชื่อใจได้”
ผู้ใช้ Quest 3 หลายคนเริ่มลังเลที่จะแนะนำเครื่องให้เพื่อน
เพราะ “อนาคตของเกมใหม่หดตัวลงทุกวัน”
แล้ว VR Gaming จะไปทางไหนต่อ?
ความจริงที่ต้องยอมรับแบบไม่ปลอบใจตัวเองคือ:
- Meta ไม่ได้ต้องการเป็นแพลตฟอร์มเกม VR อีกต่อไป
- Quest อาจยังอยู่ แต่จะ ไม่ถูกขับเคลื่อนด้วยเกม AAA
- VR Gaming จะอยู่ต่อในรูปแบบ:
- PCVR
- Indie
- Mods / Ports
- Niche & Professional Use
และ “คลื่นลูกใหม่” จะไม่มาเพราะเกม
แต่จะมาจาก เทคโนโลยีพื้นฐาน: จอ, เลนส์, แบต, น้ำหนัก, Compute
สรุปสั้น ๆ
Batman: Arkham Shadow ภาคต่อถูกยกเลิก
ไม่ใช่เพราะเกมไม่ดี
แต่เพราะ Meta เปลี่ยนใจทั้งระบบ
คำถามไม่ใช่ “เสียดายไหม”
แต่คือ ใครจะเป็นคนพา VR Gaming เดินต่อจากนี้
และคำตอบ…อาจไม่ใช่ Meta อีกแล้วครับ
ที่มา
uploadvr