หนึ่งในผู้บริหารคนสำคัญที่อยู่กับ Oculus มาตั้งแต่ยุคแรก กำลังโบกมือลา Meta
และจังหวะเวลานี้ ก็ดูยากที่จะบอกว่าเป็น “เรื่องบังเอิญ” เพียงอย่างเดียว
Jason Rubin ผู้บริหารสายเกมคนสำคัญของ Meta ได้ประกาศลาออกจากบริษัท หลังทำงานกับ Oculus, Facebook และ Meta ต่อเนื่องยาวนานถึง 12 ปี โดยข่าวนี้ถูกรายงานเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569 และถือเป็นการปิดฉากบทบาทของหนึ่งในคนที่มีอิทธิพลต่อทิศทางคอนเทนต์เกม VR ของบริษัทมากที่สุดคนหนึ่ง
ถ้าใครอยู่ในวงการเกมมานาน ชื่อของ Rubin ไม่ใช่ชื่อเล็ก ๆ แน่นอน เพราะเขาคือผู้ร่วมก่อตั้ง Naughty Dog สตูดิโอระดับตำนานที่อยู่เบื้องหลังแฟรนไชส์อย่าง Crash Bandicoot และ Jak and Daxter ก่อนจะย้ายเข้าสู่ฝั่งธุรกิจเกม และเข้าร่วม Oculus ในปี พ.ศ. 2557 หลัง Facebook ประกาศเข้าซื้อกิจการได้ไม่นาน
ในช่วงแรก Rubin รับบทเป็นหัวหน้าฝ่ายสตูดิโอ ก่อนที่บทบาทของเขาจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามการเปลี่ยนผ่านจาก Oculus ไปสู่ Facebook และ Meta เขาดูแลทั้งคอนเทนต์ VR, ความสัมพันธ์กับพาร์ตเนอร์, เกม first-party และ second-party รวมถึงโครงการเกมสำคัญหลายยุคของบริษัท เรียกง่าย ๆ ว่า เขาเป็นหนึ่งในตัวหลักที่ช่วยปั้นภาพฝั่ง “เกม” ของ Meta มายาวนานมาก
Rubin ระบุเองว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นเรื่องยาก แต่เป็นจังหวะที่เขารู้สึกว่าเหมาะสมแล้ว โดยเขาบอกว่ายังคงรู้สึกขอบคุณต่อ Mark Zuckerberg, Andrew Bosworth และทีมงานทั้งหมด พร้อมย้ำว่าเขาภูมิใจกับผลงานหลายยุคที่ได้สร้างไว้ใน Meta และหลังจากนี้จะหันไปโฟกัสกับการถ่ายภาพสัตว์ป่า ซึ่งก็สอดคล้องกับบัญชี Instagram ของเขาที่มีผลงานแนว wildlife photography โพสต์อยู่แล้วในช่วงต้นปีนี้
แต่ถ้ามองแบบคนตามข่าว XR จริง ๆ จุดสำคัญไม่ใช่แค่ “เขาลาออก” ทว่าเป็น “เขาลาออกในเวลาแบบนี้” มากกว่า
เพราะก่อนหน้านี้เพียงไม่นาน Meta เพิ่งปิดสตูดิโอ VR ที่เคยเข้าซื้อมา 3 แห่ง พร้อมมีการปลดพนักงานจำนวนมากใน Camouflaj และยังมีรายงานว่าโครงการภาคต่อของ Batman: Arkham Shadow ถูกยกเลิกไปแล้วด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ภาพรวมของฝั่งเกม VR ภายใน Meta ดูเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
ตรงนี้แหละครับที่ทำให้การลาออกของ Rubin มีนัยมากกว่าการเปลี่ยนงานทั่วไป เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาเป็นเหมือนคนที่ยืนอยู่กึ่งกลางระหว่าง Meta กับโลกเกม VR มาโดยตลอด เมื่อคนแบบนี้ตัดสินใจออกในจังหวะที่บริษัทกำลังลดน้ำหนักฝั่งสตูดิโอเกม มันจึงยากที่จะมองว่าเรื่องนี้ไม่มีความเชื่อมโยงกันเลย
แน่นอนว่า Meta ยังไม่ได้ประกาศเลิกทำ VR และก็ยังไม่ได้บอกว่าจะเลิกสนับสนุนเกม VR โดยตรง แต่สิ่งที่เห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือบริษัทกำลังจัดลำดับความสำคัญใหม่ โดยเฉพาะการโยกทรัพยากรไปยังอุปกรณ์สวมใส่, แว่นอัจฉริยะ, AI และแพลตฟอร์มที่ขยายฐานผู้ใช้ได้กว้างกว่าเกม VR แบบดั้งเดิม
ในมุมของ Maidev XR ข่าวนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวผู้บริหารย้ายงาน แต่คืออีกหนึ่งสัญญาณว่า Meta อาจไม่ได้มอง “เกม VR” เป็นหัวหอกหลักของอนาคตเหมือนเดิมอีกแล้ว
VR ยังอยู่ครับ แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือ “น้ำหนัก” ที่ Meta เลือกจะทุ่มให้กับมัน โดยเฉพาะในฝั่งเกมระดับสตูดิโอ
และถ้าถามแบบตรง ๆ นี่ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับคนที่หวังเห็น Meta เดินหน้าสร้างเกม VR ใหญ่ ๆ ด้วยตัวเองแบบหนัก ๆ เหมือนในอดีต
เพราะเมื่อทั้งสตูดิโอถูกลดบทบาท โปรเจกต์ถูกยกเลิก และผู้บริหารตัวหลักของฝั่งคอนเทนต์เกมตัดสินใจออกตามมา ภาพที่ได้มันค่อนข้างชัดว่า ทิศทางกำลังเปลี่ยนจริง ๆ
ถ้าจะสรุปสั้น ๆ แบบภาษาคนข่าวสาย XR:
Jason Rubin ไม่ได้แค่ลาออกจาก Meta แต่การจากไปของเขาอาจเป็นอีกหมุดหมายที่บอกว่า “ยุคที่ Meta เอาเกม VR เป็นศูนย์กลาง” กำลังค่อย ๆ ถอยออกไป ครับ
ที่มา
