รีวิว ASUS ROG XREAL R1 จาก IGN: ตัวแว่นทำได้ดี แต่ Dock และโหมด 240Hz กลับกลายเป็นจุดอ่อน
1 min read
รีวิว ASUS ROG XREAL R1 จาก IGN: ตัวแว่นทำได้ดี แต่ Dock และโหมด 240Hz กลับกลายเป็นจุดอ่อน
ASUS ROG XREAL R1 เป็นแว่น XR Gaming ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ASUS ROG และ XREAL โดยวางตำแหน่งชัดเจนว่าเกิดมาเพื่อเกมเมอร์ โดยเฉพาะคนที่ใช้ Gaming Handheld, Gaming PC และ Console และชูจุดขายอย่างจอ Micro-OLED, 3DoF, Instant 3D รวมถึง Refresh Rate สูงสุดถึง 240Hz
แต่จากการทดสอบของ IGN สิ่งที่น่าสนใจคือ ตัวแว่นกลับทำได้ค่อนข้างดีเมื่อเสียบใช้งานตรงกับ Handheld ขณะที่ ROG Control Dock ซึ่งควรเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญของชุด กลับเป็นส่วนที่สร้างปัญหามากที่สุด
ถึงขนาดที่ IGN สรุปเอาไว้ว่า หาก ASUS แยกขายเฉพาะตัวแว่นในราคาที่สมเหตุสมผล ROG XREAL R1 อาจกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือก XR Glasses ที่น่าสนใจมากรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว
ROG XREAL R1 แว่น XR ที่ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์
หน้าตาของ ROG XREAL R1 ยังคงมีข้อจำกัดแบบเดียวกับแว่น XR Display หลายรุ่น เพราะภายในต้องใส่ทั้งจอ ระบบ Optical และเซนเซอร์ต่าง ๆ ทำให้ตัวแว่นมีขนาดใหญ่กว่าแว่นตาทั่วไปพอสมควร
แต่ ASUS ก็ใส่ความเป็น ROG มาแบบเต็ม ๆ โดยเฉพาะบริเวณขาแว่นที่มี RGB Lighting 9 โซน ซึ่งสามารถปรับแต่งเอฟเฟกต์ได้
ด้านหน้ามีเซนเซอร์สำหรับระบบ 3DoF ซ่อนอยู่ค่อนข้างแนบเนียน ทำให้สามารถใช้งานโหมดที่จอเสมือนยึดตำแหน่งอยู่กับที่ หรือให้จอเคลื่อนตามศีรษะได้
ตัวแว่นยังมีลำโพงติดตั้งอยู่บริเวณขาแว่น ซึ่ง IGN มองว่าคุณภาพอยู่ในระดับใช้งานได้ เสียงดังเพียงพอสำหรับการเล่นเกม แต่ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัวหรือ Immersion มากขึ้น การใช้หูฟังแยกยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
1080p / 120Hz กลับเป็นโหมดที่ใช้งานลงตัวที่สุด
ROG XREAL R1 ทำงานเป็นจอเสมือนความละเอียด 1920 × 1080 ที่ Refresh Rate 120Hz เมื่อใช้งานตามปกติ
IGN ทดลองเสียบแว่นตรงเข้ากับ Gaming Handheld และพบว่าประสบการณ์โดยรวมค่อนข้างดี เกมดูสวย ภาพชัด และ XREAL พัฒนาการแสดงผลตัวหนังสือจนอ่านได้ง่ายกว่าแว่น XR รุ่นก่อน ๆ
อย่างไรก็ตาม แม้ R1 จะสามารถสร้างจอเสมือนขนาดใหญ่ได้ถึงประมาณ 171 นิ้ว แต่ต้องไม่ลืมว่าความละเอียดจริงยังคงเป็น 1080p
เมื่อขยายจอใหญ่มากเกินไป ผู้รีวิวเริ่มสังเกตเห็น Pixel และข้อจำกัดของความละเอียดได้ชัดขึ้น
จุดที่ IGN พบว่าใช้งานได้ลงตัวกว่า กลับเป็นการ ลดขนาดจอเสมือนลงเล็กน้อยแล้วใช้ Follow Mode ทำให้สามารถมองเห็นจอทั้งหมดได้โดยไม่ต้องหันศีรษะ และภาพไม่ถูกขยายจนเห็นข้อจำกัดของ 1080p มากเกินไป
นี่เป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจว่า สำหรับแว่น XR แล้ว
“จอใหญ่ที่สุด ไม่ได้หมายความว่าจะให้ประสบการณ์ดีที่สุดเสมอไป”
Instant 3D เป็นลูกเล่นที่ทำได้น่าสนใจ
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ IGN ชื่นชอบคือ Instant 3D
ตัวแว่นมีชิป X1 อยู่ภายใน และสามารถนำภาพเกมปกติมาสร้างเอฟเฟกต์ 3D ได้แบบ Real-time
ผู้รีวิวทดลองเล่น Final Fantasy XIII บน Lenovo Legion Go 2 และอธิบายประสบการณ์ที่ได้ว่าให้อารมณ์คล้ายกับการเล่นเกมบน Nintendo 3DS ที่มีจอขนาดใหญ่มากอยู่ตรงหน้า
แน่นอนว่าผลลัพธ์ยังไม่ได้สมบูรณ์แบบ และอาจไม่ใช่โหมดที่ทุกคนจะเปิดใช้งานตลอดเวลา แต่ถือเป็นลูกเล่นที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับเกม 2D เดิม ๆ ได้ค่อนข้างน่าสนใจ
ที่แปลกก็คือ ในการทดสอบของ IGN ฟีเจอร์ Instant 3D สามารถใช้งานได้เมื่อ เสียบแว่นตรงเข้ากับ Handheld แต่กลับไม่สามารถใช้งานได้เมื่อเชื่อมต่อผ่าน Dock
240Hz จุดขายสำคัญที่กลับสร้างปัญหา
จุดที่น่าสนใจที่สุดของรีวิวนี้อยู่ที่ 240Hz
ROG XREAL R1 สามารถทำ Refresh Rate ได้สูงสุดถึง 240Hz เมื่อใช้งานร่วมกับ ROG Control Dock โดยระบบจะลดความละเอียดบางส่วนลงเพื่อเพิ่ม Refresh Rate จาก 120Hz เป็น 240Hz
ในทางทฤษฎี นี่ควรเป็นฟีเจอร์ที่ถูกใจเกมเมอร์ โดยเฉพาะเกมที่ต้องการ Response และความลื่นสูง
และ IGN ก็ยอมรับว่า
Motion ที่ 240Hz ลื่นขึ้นจริง
แต่ปัญหาคือคุณภาพของภาพกลับแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดในการทดสอบ
ผู้รีวิวพบอาการคล้าย Shimmer หรือภาพสั่นระยิบ แม้กระทั่งวัตถุที่ควรอยู่นิ่งก็ดูเหมือนกำลังเคลื่อนไหวเล็กน้อย โดยเฉพาะ Subtitle และตัวหนังสือที่อ่านแล้วรู้สึกไม่สบายตา
ถึงขั้นที่ผู้รีวิวระบุว่าการอ่าน Subtitle ในโหมดนี้สร้างความรู้สึกเจ็บตา
และที่สำคัญคือ เมื่อสลับกลับมา 120Hz อาการดังกล่าวหายไปทันที
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ควรแยกให้ออกว่าเป็น ประสบการณ์จากเครื่องที่ IGN ได้รับมาทดสอบ ผู้รีวิวเองก็ไม่ได้ยืนยันว่าเกิดจากฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรือเป็นเพราะตัวผู้รีวิวไวต่ออาการดังกล่าวเป็นพิเศษ
ดังนั้นยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า ROG XREAL R1 ทุกเครื่องจะมีปัญหาแบบเดียวกัน
ROG Control Dock กลายเป็นจุดอ่อนของชุด
ROG Control Dock เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้ R1 สามารถเชื่อมต่อกับ Gaming PC และ Console ได้สะดวกขึ้น
ด้านหลังมีทั้ง USB-C, HDMI และ DisplayPort ขณะที่ด้านหน้ามี USB-C สำหรับเชื่อมต่อกับตัวแว่น
แนวคิดถือว่าดีมาก เพราะทำให้ ROG XREAL R1 ขยับจากแว่นสำหรับ Handheld ไปเป็นจอเสมือนสำหรับอุปกรณ์ Gaming หลายประเภทได้
แต่เครื่องที่ IGN ได้รับกลับเจอปัญหาหลายอย่าง
หนึ่งในนั้นคือการเปลี่ยน Visual Profile ผ่าน Control Stick บน Dock ไม่สามารถทำงานได้ แม้จะอัปเดต Firmware และทดลองกับอุปกรณ์หลายตัวแล้วก็ตาม
ผลคือเครื่องรีวิวติดอยู่ใน Racing Mode ตลอดการทดสอบ
เมื่อรวมกับปัญหาภาพในโหมด 240Hz และ Instant 3D ที่ไม่สามารถใช้งานผ่าน Dock ได้ จึงทำให้ Dock ซึ่งควรเป็นหนึ่งในจุดแข็ง กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ประสบการณ์โดยรวมของ R1 ลดลง
ปัญหาใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่ตัวแว่น แต่คือราคา
ROG XREAL R1 วางจำหน่ายเป็นชุดพร้อม Dock ในราคา $849
IGN จึงนำไปเปรียบเทียบกับแว่น XR รุ่นอื่นอย่าง XREAL 1S ที่ราคา $449 และ VITURE Beast ที่ $549
ประเด็นไม่ได้อยู่แค่ว่า R1 แพงกว่า
แต่คือ ผู้ซื้อไม่สามารถเลือกซื้อเฉพาะตัวแว่นโดยไม่เอา Dock ได้
ในขณะที่ประสบการณ์ที่ IGN ชอบมากที่สุด กลับเป็นตอนที่นำแว่นไป เสียบตรงกับ Gaming Handheld โดยไม่ผ่าน Dock
นี่จึงกลายเป็นความย้อนแย้งของผลิตภัณฑ์รุ่นนี้
Dock คือสิ่งที่ทำให้ ROG XREAL R1 แตกต่างจาก XR Glasses ทั่วไป และน่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ราคาขยับขึ้นไปถึง $849
แต่ Dock กลับเป็นส่วนที่ผู้รีวิวพบปัญหามากที่สุด
สรุป ROG XREAL R1 จากรีวิว IGN
สิ่งที่น่าสนใจคือ IGN ไม่ได้มองว่า ROG XREAL R1 เป็นแว่น XR ที่ไม่ดี
ตรงกันข้าม ตัวแว่นเองได้รับคำชมหลายด้าน โดยเฉพาะภาพ 1080p/120Hz, การเล่นเกมกับ Gaming Handheld, ระบบ 3DoF และ Instant 3D
ปัญหาอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ถูกขายเป็น Package ที่มีราคา $849 พร้อมกับ ROG Control Dock ซึ่งจากการทดสอบครั้งนี้ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์นัก
ส่วน 240Hz ที่ควรเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญสำหรับเกมเมอร์ แม้จะให้ Motion ที่ลื่นขึ้นจริง แต่คุณภาพภาพที่ IGN พบกลับทำให้ 120Hz เป็นโหมดที่น่าใช้งานกว่าเสียอีก
จึงไม่แปลกที่บทสรุปของ IGN จะออกมาในทิศทางว่า
ถ้า ASUS แยกขายเฉพาะตัวแว่นในราคาที่เหมาะสม ROG XREAL R1 อาจเป็นหนึ่งใน XR Gaming Glasses ที่ดีที่สุดตัวหนึ่ง แต่เมื่อถูกบังคับขายพร้อม Dock ในราคา $849 คู่แข่งในตลาดกลับดูน่าสนใจกว่า
สำหรับตลาดแว่น XR นี่ก็เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอีกครั้งว่า ตัวเลขสเปกอย่าง 171 นิ้ว หรือ 240Hz อาจดึงดูดบนหน้ากระดาษ แต่ประสบการณ์จริงยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของภาพ ความสบายตา ซอฟต์แวร์ และราคาของทั้งระบบด้วยครับ
ที่มา
ign