INAIR ระดมทุน Series A+ หลายสิบล้านดอลลาร์ เดินหน้าพัฒนา “คอมพิวเตอร์เชิงพื้นที่” เจาะตลาดงานและองค์กร
1 min read
INAIR ระดมทุน Series A+ หลายสิบล้านดอลลาร์ เดินหน้าพัฒนา “คอมพิวเตอร์เชิงพื้นที่” เจาะตลาดงานและองค์กร
INAIR บริษัทด้านเทคโนโลยีแว่น AR จากจีน ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series A+ มูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ (ประมาณหลักพันล้านบาท) โดยมีนักลงทุนชั้นนำเข้าร่วม ได้แก่ Legend Capital, Hillhouse Capital และ Honghui Fund
เงินทุนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เพื่อเร่งขยายระบบนิเวศของผลิตภัณฑ์ INAIR Pod พัฒนาระบบปฏิบัติการเชิงพื้นที่ (Spatial Operating System) และผลักดันการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ
ข้อมูลระบุว่า INAIR ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2565 และจนถึงปัจจุบันได้ผ่านการระดมทุนมาแล้วทั้งหมด 5 รอบ โดยมีแนวทางพัฒนาแตกต่างจากผู้ผลิตแว่น AR หรือ AI Glasses ส่วนใหญ่ในตลาด
แทนที่จะเน้นความบันเทิงหรือผู้ใช้งานทั่วไป INAIR เลือกโฟกัสไปที่ การผสาน AR Spatial Computing เข้ากับการทำงาน (Office Scenario) โดยตรง
เปิดตัว “INAIR AI Spatial Computer” โซลูชันครบระบบ


ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2568 INAIR ได้เปิดตัวโซลูชัน INAIR AI Spatial Computer ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นระบบคอมพิวเตอร์เชิงพื้นที่แบบครบชุด ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
- INAIR 2 Pro (ชุดเฮดเซต AR) ทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลในรูปแบบพื้นที่เสมือน
- INAIR Pod หน่วยประมวลผลแบบแยก (portable computing center)
- INAIR Touchboard คีย์บอร์ดสำหรับการควบคุมและทำงานในสภาพแวดล้อม 3 มิติ
ทั้งสามส่วนทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประสบการณ์ “โต๊ะทำงานเสมือน” ที่สามารถใช้งานได้แบบพกพา
แนวโน้มตลาด: จากอุปกรณ์สู่แพลตฟอร์ม
การเคลื่อนไหวของ INAIR สะท้อนให้เห็นแนวโน้มสำคัญของตลาด AR ที่กำลังเปลี่ยนจากการเป็นเพียงอุปกรณ์ ไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่
เมื่อเทียบกับแนวทางของ Apple Vision Pro ซึ่งใช้รูปแบบ all-in-one INAIR เลือกใช้สถาปัตยกรรมแบบแยกส่วน (modular) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานและการอัปเกรด
สรุป
การระดมทุนครั้งล่าสุดของ INAIR ไม่เพียงเป็นการเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุน แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของเทคโนโลยี Spatial Computing โดยเฉพาะในภาคธุรกิจและองค์กร
ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาด AR และ XR แนวทางของ INAIR ที่มุ่งเน้นการใช้งานจริงในงานระดับมืออาชีพ อาจกลายเป็นอีกหนึ่งทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมในระยะต่อไป