เมื่อ AI Glasses ราคาเริ่มลงมาแตะระดับหมื่นบาท พร้อม ChatGPT, Gemini และกล้องในตัว การแข่งขันอาจไม่ได้อยู่แค่ว่าใครทำ Hardware ได้ดีกว่า แต่กำลังย้ายไปสู่คำถามว่า Ecosystem ของใครดีกว่า และใครให้อิสระผู้ใช้มากกว่ากัน
ตลาด AI Glasses กำลังน่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ หลังจาก Meta และ Ray-Ban ช่วยผลักดันแว่น AI ให้เริ่มเข้าสู่ตลาดผู้ใช้ทั่วไป ล่าสุด Rokid กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่น่าจับตามอง ด้วย AI Glasses ที่ถูกนำมาเปรียบเทียบกับ Ray-Ban Meta โดยตรง และมีราคาที่ถูกพูดถึงอยู่ที่ 299 ดอลลาร์ (ประมาณ 9,700 บาท)
แต่สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่แค่เรื่องราคา เพราะแนวทางของ Rokid กำลังสะท้อนให้เห็นการแข่งขันอีกรูปแบบหนึ่งในตลาด AI Glasses นั่นคือ การเปิดให้ผู้ใช้เลือกบริการ AI ที่ต้องการใช้
ไม่ได้ผูกอยู่กับ AI เพียงค่ายเดียว
หนึ่งในจุดที่ Rokid พยายามสร้างความแตกต่าง คือแนวคิดของระบบ AI ที่เปิดกว้างมากขึ้น โดยรองรับบริการอย่าง ChatGPT และ Gemini
นี่เป็นแนวทางที่แตกต่างจากการสร้างแว่นขึ้นมาเพื่อทำงานร่วมกับ AI Ecosystem ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งเป็นหลัก
สำหรับผู้ใช้งาน สิ่งนี้มีความหมายมากกว่าการมีชื่อ AI หลายตัวอยู่ในรายการ เพราะในอนาคตแต่ละโมเดลอาจมีความสามารถแตกต่างกัน ทั้งการสนทนา การค้นหาข้อมูล การแปลภาษา การวิเคราะห์ภาพ หรือการทำงานร่วมกับบริการอื่น ๆ
หากผู้ใช้สามารถเลือก AI ที่เหมาะกับงานของตัวเองได้ แว่นก็อาจไม่จำเป็นต้องถูกผูกติดอยู่กับ Ecosystem เดียวตลอดอายุการใช้งาน
กล้องและการบันทึกวิดีโอสูงสุด 10 นาที
อีกจุดที่ถูกนำมาเปรียบเทียบกับ Ray-Ban Meta คือความสามารถด้านกล้อง
Rokid AI Glasses สามารถใช้สำหรับถ่ายภาพและวิดีโอจากมุมมองของผู้สวมใส่ โดยข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่าสามารถ บันทึกวิดีโอต่อเนื่องได้สูงสุด 10 นาที
ฟังก์ชันลักษณะนี้กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของ AI Glasses เพราะกล้องไม่ได้มีหน้าที่เพียงถ่ายภาพหรือวิดีโอเท่านั้น แต่ยังสามารถกลายเป็น “ดวงตา” ให้กับ AI เพื่อช่วยให้ระบบเข้าใจสิ่งที่ผู้ใช้กำลังมองเห็นได้
เมื่อรวมกล้อง ไมโครโฟน ลำโพง และ AI เข้าด้วยกัน แว่นประเภทนี้จึงเริ่มขยับจากอุปกรณ์สำหรับบันทึกภาพ ไปสู่ AI Assistant ที่สามารถรับรู้บริบทรอบตัวผู้ใช้
ราคา 299 ดอลลาร์ อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของสงครามราคา
ราคาที่ถูกพูดถึงที่ 299 ดอลลาร์ (ประมาณ 9,700 บาท) น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นระดับราคาที่เริ่มเข้าใกล้อุปกรณ์ Consumer Electronics ทั่วไปมากขึ้น
หาก AI Glasses ในช่วงราคาใกล้เคียงนี้สามารถให้ทั้งกล้อง ระบบเสียง การบันทึกวิดีโอ และ AI Assistant ได้ครบ การแข่งขันของตลาดอาจเริ่มเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
ผู้ผลิตอาจไม่สามารถขายแว่นด้วยจุดเด่นว่า “มี AI” ได้อีกต่อไป เพราะ AI กำลังจะกลายเป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ผู้ใช้คาดหวังจากอุปกรณ์ประเภทนี้
คำถามจึงเปลี่ยนจาก
“แว่นรุ่นนี้มี AI หรือไม่?”
ไปเป็น
“แว่นรุ่นนี้ใช้ AI อะไรได้บ้าง และผู้ใช้มีอิสระในการเลือกแค่ไหน?”
Hardware อาจไม่ใช่สนามรบที่สำคัญที่สุด
ในช่วงแรกของตลาด Smart Glasses การแข่งขันมักอยู่ที่ Hardware เช่น น้ำหนัก ดีไซน์ กล้อง คุณภาพเสียง แบตเตอรี่ และความสบายในการสวมใส่
สิ่งเหล่านี้ยังคงสำคัญ แต่เมื่อ Hardware เริ่มมีความสามารถใกล้เคียงกันมากขึ้น จุดสร้างความแตกต่างอาจค่อย ๆ ย้ายไปอยู่ที่ Software และ Ecosystem
ตัวอย่างเช่น
- รองรับ AI กี่ค่าย
- AI สามารถมองเห็นและเข้าใจสิ่งที่ผู้ใช้กำลังมองได้มากแค่ไหน
- รองรับภาษาอะไรบ้าง
- เชื่อมต่อกับบริการและแอพอื่นได้มากน้อยเพียงใด
- นักพัฒนาภายนอกสามารถสร้างบริการเพิ่มเติมได้หรือไม่
- ผู้ใช้สามารถเปลี่ยน AI Provider ได้หรือถูกผูกอยู่กับระบบของผู้ผลิต
นี่อาจเป็นจุดที่แนวทางของ Rokid น่าสนใจ เพราะแทนที่จะพยายามสร้าง AI ของตัวเองขึ้นมาแข่งขันโดยตรง บริษัทสามารถเลือกทำให้แว่นเป็น Platform ที่เชื่อมต่อกับ AI หลายค่ายแทน
สงคราม AI Glasses เพิ่งเริ่มต้น
Ray-Ban Meta แสดงให้เห็นแล้วว่า Smart Glasses สามารถกลายเป็นสินค้า Consumer ที่คนทั่วไปยอมใส่ในชีวิตประจำวันได้ ขณะที่ Google, Samsung และผู้ผลิตจากจีนอีกหลายรายกำลังเข้ามาสู่ตลาดนี้มากขึ้น
Rokid จึงไม่ได้กำลังแข่งขันกับ Meta เพียงเรื่อง Hardware หรือราคาเท่านั้น แต่กำลังเสนอแนวคิดอีกแบบว่า AI Glasses อาจไม่จำเป็นต้องถูกผูกติดกับ AI เพียงรายเดียว
หากตลาดเดินไปในทิศทางนี้จริง การแข่งขันของ AI Glasses ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอาจคล้ายกับการแข่งขันของ Smartphone มากขึ้น
Hardware จะยังสำคัญ แต่สิ่งที่ทำให้ผู้ใช้เลือกอยู่กับแพลตฟอร์มหนึ่งในระยะยาว อาจเป็น Software, AI, Ecosystem และอิสระในการเลือกบริการ
และเมื่อราคาเริ่มลงมาอยู่แถว 299 ดอลลาร์ (ประมาณ 9,700 บาท) สงคราม AI Glasses อาจมาถึงเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้ครับ
ที่มา
geeky-gadgets
