Maidev XR

MaidevXR เว็บบล็อก เกี่ยวกับเรื่อง XR – MR – AR – VR – AI – IT ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ เกม และ เทคโนโลยี

RayNeo V4 เปิดให้ผู้ใช้โหวตทรงแว่นก่อนผลิตจริงเมื่อแว่น AI ไม่ได้แข่งกันแค่สเปก แต่ต้อง “ใส่แล้วเข้ากับหน้า” ด้วย

1 min read
RayNeo V4 เปิดให้ผู้ใช้โหวตทรงแว่นก่อนผลิตจริงเมื่อแว่น AI ไม่ได้แข่งกันแค่สเปก แต่ต้อง “ใส่แล้วเข้ากับหน้า” ด้วย

RayNeo V4 เปิดให้ผู้ใช้โหวตทรงแว่นก่อนผลิตจริงเมื่อแว่น AI ไม่ได้แข่งกันแค่สเปก แต่ต้อง “ใส่แล้วเข้ากับหน้า” ด้วย

RayNeo จับมือ JD เปิดแคมเปญระดมทุนแบบให้ผู้ใช้เลือกทรงแว่นเอง
ทรงไหนคนโหวตถึงเป้า จะถูกนำไปผลิตและขายจริงแบบเอ็กซ์คลูซีฟบน JD


RayNeo จับมือกับ JD เปิดแคมเปญระดมทุนสำหรับ RayNeo V4 แว่น AI ถ่ายภาพรุ่นใหม่ โดยแนวคิดของรอบนี้ไม่ใช่แค่เปิดขายสินค้า แต่เป็นการให้ผู้ใช้เลือก “ทรงกรอบแว่น” ที่อยากให้ผลิตจริง ผ่านรูปแบบที่จีนเรียกว่า reverse customization หรือการผลิตตามเสียงโหวตของผู้ใช้

แคมเปญนี้มีกรอบแว่นให้เลือกทั้งหมด 6 แบบ เช่น สีเขียวไล่เฉด, ทรงกลม, Boston, Polygon และ Aviator ครอบคลุมทั้งลุคทำงาน ลำลอง วินเทจ และมินิมอล โดยแบบที่ได้รับความนิยมและถึงเป้าจะถูกนำไปผลิตขายจริงแบบเอ็กซ์คลูซีฟบน JD

RayNeo V4 เป็นแว่น AI ถ่ายภาพที่เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2569 จุดเด่นคือเซนเซอร์ภาพสี่เหลี่ยม 1:1 รองรับการถ่ายทั้งแนวนอนและแนวตั้งโดยไม่ต้องครอป วิดีโอสูงสุด 2.5K, มีโหมดถ่ายกลางคืน, กันสั่นมุมกว้าง, กันฝุ่นกันน้ำ IP67 และตัวแว่นหนักเพียง 38 กรัม

ฝั่ง AI ก็มีจุดขายเรื่องการปลุกใช้งานเร็วระดับ 0.2 วินาที รองรับการสนทนาต่อเนื่องแบบถามตอบธรรมชาติ ส่วนแบตเตอรี่ใช้เทคโนโลยี Blue Whale semi-solid-state battery ที่ RayNeo เคลมว่าออกแบบมาให้ใช้งานได้ตลอดวัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ RayNeo ไม่ได้มองว่า “สเปกดี” พอแล้ว แต่เริ่มขยับไปสู่โจทย์ที่สำคัญมากของแว่น AI คือ ทรงแว่นต้องเข้ากับหน้าคนจริง เพราะที่ผ่านมาแว่นอัจฉริยะหลายรุ่นติดปัญหาว่าใช้งานได้ แต่ทรงไม่เข้ากับผู้ใช้ ทำให้คนลังเลที่จะใส่ในชีวิตประจำวัน

สำหรับสิทธิพิเศษของผู้ร่วมแคมเปญ มีทั้งเงินคืน 100 หยวน หรือประมาณ 486 บาท, รับประกันราคา 60 วัน และทดลองใช้ฟรี 7 วัน โดยอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569 อยู่ราว 1 หยวน = 4.86 บาท

มุมมองส่วนตัว ข่าวนี้ไม่ใช่เรื่อง “สเปกโหด” แต่เป็นสัญญาณที่น่าจับตากว่าเดิม เพราะตลาดแว่น AI กำลังเริ่มเข้าเฟสใหม่ จากเดิมที่แข่งกันว่าใครมีกล้องชัดกว่า AI เร็วกว่า แบตอึดกว่า กลายเป็นคำถามว่า คนทั่วไปจะกล้าใส่ออกนอกบ้านทุกวันไหม

และตรงนี้แหละครับที่อาจเป็นเกมจริงของแว่น AI ต่อจากนี้ — ไม่ใช่แค่ทำให้ฉลาดขึ้น แต่ต้องทำให้คนรู้สึกว่า “นี่คือแว่นของฉันจริง ๆ” ไม่ใช่อุปกรณ์ไอทีที่บังเอิญทำเป็นทรงแว่น.

ที่มา
vrtuoluo