RayNeo iO+ มาแล้ว! แว่น AI จอสีสองตา Micro LED รุ่นใหม่ ดีไซน์บางเบาเหมือนแว่นสายตาทั่วไป
AI / Smart Glasses

RayNeo iO+ มาแล้ว! แว่น AI จอสีสองตา Micro LED รุ่นใหม่ ดีไซน์บางเบาเหมือนแว่นสายตาทั่วไป

RayNeo เผยโฉม iO+ แว่น AI จอสีเต็มรูปแบบ พร้อมเทคโนโลยี Micro LED Waveguide รุ่นที่ 4 เน้นความบางเบาและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดแว่น AI จอสีที่เริ่มเข้มข้นขึ้น

RayNeo หรือ Thunderbird Innovation ผู้ผลิตแว่น AR จากจีน ประกาศเผยโฉม RayNeo iO+ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 พร้อมเปิดเผยภาพดีไซน์และเทคโนโลยีจอแสดงผลรุ่นใหม่ที่สามารถแสดงภาพสีเต็มรูปแบบได้ทั้งสองตา

จุดที่น่าสนใจคือ แม้จะเพิ่มระบบแสดงผลสีที่ซับซ้อนขึ้น แต่ RayNeo ยังคงพยายามรักษาขนาดของแว่นให้ใกล้เคียงแว่นสายตาทั่วไป ไม่ได้มีรูปทรงหนาเทอะทะเหมือนแว่น AR บางรุ่นที่ผ่านมา

จอสีสองตา Micro LED Waveguide รุ่นที่ 4

RayNeo iO+ ใช้เทคโนโลยี Dual-eye Full Color Micro LED Waveguide รุ่นที่ 4 ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากระบบแสดงผลของบริษัท

จุดเด่นที่ผู้ผลิตเปิดเผย ได้แก่

  • Full Color สองตา: รองรับการแสดงภาพสีเต็มรูปแบบผ่านเลนส์ทั้งสองข้าง
  • Micro LED Waveguide รุ่นที่ 4: ระบบแสดงผลขนาดเล็กที่ผสานเข้ากับเลนส์นำแสง
  • ลด Rainbow Effect: ปรับปรุงปัญหาแสงสีรุ้งที่อาจเกิดขึ้นบนเลนส์
  • ลด Light Leakage: ลดการรั่วของแสงจากระบบแสดงผล
  • ลดการสะท้อนบนผิวเลนส์: เพื่อให้แว่นดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อมองจากภายนอก

เทคโนโลยีเหล่านี้มีความสำคัญกับแว่น AR แบบโปร่งใส เพราะนอกจากภาพที่ผู้สวมใส่มองเห็นแล้ว ยังต้องคำนึงถึงลักษณะของเลนส์เมื่อมองจากภายนอกด้วย

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพจริงของระบบแสดงผลยังต้องรอการทดสอบจากผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่าย

ดีไซน์ย้อนยุค ใส่แล้วดูเหมือนแว่นธรรมดา

RayNeo iO+ มาพร้อมกรอบแว่นทรงโค้งมน ใช้ลวดลายกระแบบย้อนยุค (Tortoiseshell) และตกแต่งด้วยรายละเอียดสีทอง ทำให้ภาพรวมดูคล้ายแว่นแฟชั่นมากกว่าอุปกรณ์เทคโนโลยี

อีกจุดที่น่าสนใจคือบริเวณข้อต่อกรอบแว่นที่ติดตั้งระบบแสดงผล ซึ่งยังมีขนาดใกล้เคียงกับ RayNeo iO รุ่นก่อน แม้ภายในจะมีระบบจอสีที่ซับซ้อนกว่าเดิม

สำหรับ RayNeo iO รุ่นก่อนหน้า มีน้ำหนักประมาณ 34 กรัม และเน้นการใช้งาน AI ตลอดวัน แต่ RayNeo ยังไม่ได้ยืนยันน้ำหนักจริงของ iO+ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่ารุ่นใหม่จะมีน้ำหนักเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด

ราคาและกำหนดวางจำหน่าย RayNeo iO+

ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2569 RayNeo ยังไม่ได้ประกาศราคาและกำหนดวางจำหน่ายของ iO+ อย่างเป็นทางการ รวมถึงยังไม่มีการยืนยันว่าจะเริ่มจำหน่ายในตลาด Global เมื่อใด

สำหรับราคา RayNeo iO รุ่นก่อนหน้า สามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้นได้ดังนี้

  • RayNeo iO รุ่นเดิมในจีน: ราคาปกติ 2,499 หยวน
  • RayNeo iO รุ่น Global: ราคาเปิดตัว 499 ดอลลาร์ (ประมาณ 16,840 บาท)
  • RayNeo iO+ รุ่นใหม่: ยังไม่ประกาศราคา

ด้วยการเปลี่ยนมาใช้จอ Micro LED สีเต็มรูปแบบทั้งสองตา มีความเป็นไปได้ว่าต้นทุนและราคาจำหน่ายของ iO+ อาจสูงกว่ารุ่นก่อน แต่ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะระบุช่วงราคาที่แน่นอน

นอกจากนี้ รายละเอียดสำคัญอื่น ๆ เช่น ความละเอียดจอ มุมมองภาพ (FOV) ความสว่าง ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ และความสามารถด้าน AI ของรุ่นใหม่ ยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างครบถ้วน

ตลาดแว่น AI จอสีเริ่มแข่งขันกันจริงจัง

สิ่งที่น่าสนใจคือ RayNeo ประกาศข้อมูล iO+ ในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ Rokid เปิดตัว Rokid Color แว่น AI จอสีเต็มรูปแบบเช่นกัน

ทั้งสองบริษัทกำลังมุ่งไปในทิศทางที่คล้ายกัน คือการทำให้แว่น AI มีความสามารถในการแสดงผลมากกว่าตัวอักษรสีเดียว และมีดีไซน์เหมาะกับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม แนวทางของทั้งสองบริษัทมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง โดย Rokid Color เปิดเผยรายละเอียดด้านฟีเจอร์ ราคา และแผนส่งมอบสินค้าแล้ว ขณะที่ RayNeo iO+ ยังอยู่ในช่วงเผยโฉมผลิตภัณฑ์เบื้องต้น

การมีจอสีจะช่วยให้แว่น AI สามารถนำเสนอข้อมูลได้หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพประกอบ คำบรรยาย การนำทาง หรือข้อมูลที่ AI สร้างขึ้น โดยใช้สีช่วยแยกประเภทและลำดับความสำคัญของข้อมูล

แต่สิ่งที่ยังต้องพิสูจน์คือ ผู้ผลิตจะทำให้ระบบเหล่านี้ใช้งานได้ดีเพียงใด โดยไม่กระทบกับน้ำหนัก ขนาด และอายุการใช้งานแบตเตอรี่

มุมมอง MaidevXR: จอสีเป็นเรื่องดี แต่ AI ต้องใช้งานได้จริงด้วย

การพัฒนาแว่น AI จากจอสีเดียวมาเป็นจอสีเต็มรูปแบบถือเป็นก้าวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับการแสดงคำบรรยายสด (Live Caption) การแปลภาษา การนำทาง และการแสดงข้อมูลจาก AI ซึ่งน่าจะได้รับประโยชน์จากการใช้สีช่วยจัดระเบียบข้อมูล

แต่สิ่งที่อยากเห็นมากกว่าจอสี คือการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับ AI ที่ตัวเองใช้งานอยู่แล้ว เช่น ChatGPT ผ่าน API หรือ Personal AI Agent ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและบริบทเดิมของผู้ใช้ได้

เพราะแว่น AI ที่น่าใช้จริง ไม่ควรต้องเริ่มต้นทำความรู้จักเราทุกครั้งที่เปลี่ยนอุปกรณ์หรือเปลี่ยนระบบ AI

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือการรองรับตลาดต่างประเทศ ทั้งภาษา บริการ AI และระบบซอฟต์แวร์ เพราะต่อให้ฮาร์ดแวร์ดีแค่ไหน หากใช้งานนอกประเทศจีนได้ไม่เต็มที่ ก็อาจกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญสำหรับผู้ใช้ในไทย

RayNeo iO+ จึงเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะเรื่องความบางเบาและระบบจอสีสองตา แต่สุดท้ายแล้ว ราคา การรองรับ AI และประสบการณ์ใช้งานจริง จะเป็นตัวตัดสินว่าแว่นรุ่นนี้น่าสนใจมากแค่ไหน

แหล่งข้อมูล:

#RayNeo #RayNeoiOPlus #AIGlasses #SmartGlasses #MicroLED #ARGlasses #MaidevXR