Rokid Glasses 2 เปิดตัว! อัพเกรดกล้อง 4K พร้อม AI จดจำข้อมูลและทำงานร่วมกับ AI Agent
AI / Smart Glasses

Rokid Glasses 2 เปิดตัว! อัพเกรดกล้อง 4K พร้อม AI จดจำข้อมูลและทำงานร่วมกับ AI Agent

Rokid เปิดตัวแว่น AI รุ่นที่สอง สานต่อจอ HUD สีเขียว พร้อมปรับปรุงความสบายในการสวมใส่ แบตเตอรี่ และระบบกล้อง ราคาเริ่มต้นราว 18,700 บาท

Rokid เปิดตัว Rokid Glasses 2 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ภายในงาน Rokid Jungle 2026 ที่ประเทศจีน โดยเป็นรุ่นพัฒนาต่อจาก Rokid Glasses ซึ่งใช้จอ HUD สีเขียวสำหรับแสดงข้อมูลตรงหน้าผู้สวมใส่

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ไม่ได้เน้นการเพิ่มความสามารถของจอแสดงผล แต่เป็นการปรับปรุงฮาร์ดแวร์ให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น ทั้งดีไซน์ กล้องถ่ายภาพ แบตเตอรี่ และระบบเสียง ควบคู่ไปกับการพัฒนา AI ให้สามารถช่วยเหลือผู้ใช้ได้มากกว่าการถามตอบทั่วไป

ดีไซน์ใหม่ เน้นความสบายในการสวมใส่

Rokid Glasses 2 มาพร้อมกรอบแว่นทรงเหลี่ยมมนที่ดูใกล้เคียงแว่นสายตาทั่วไป มีให้เลือกสองสี ได้แก่ สีดำ Classic Black และสีลายกระ Tortoiseshell

หนึ่งในการปรับปรุงสำคัญคือขาแว่นแบบยืดหยุ่นที่สามารถกางได้กว้างกว่ารุ่นแรก 22% ช่วยลดแรงกดบริเวณขมับและใบหู พร้อมแป้นรองจมูกแบบใหม่ที่ใช้วัสดุสัมผัสนุ่มขึ้น

ส่วนเลนส์ได้รับการปรับปรุงด้านคุณภาพแสง โดย Rokid ระบุว่าสามารถลดแสงสะท้อนได้ 70% และลดปรากฏการณ์สีรุ้งได้ 60% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ขณะที่ข้อมูลบนเวทีเปิดตัวระบุอัตราการส่งผ่านแสงของเลนส์สูงถึง 98%

นอกจากนี้ยังรองรับกรอบเลนส์สายตาแบบแม่เหล็ก สามารถติดตั้งหรือถอดออกได้สะดวก และมีมาตรฐานกันน้ำระดับ IPX4 สำหรับป้องกันละอองน้ำและฝนตกปรอย ๆ

การปรับปรุงเหล่านี้สะท้อนว่า Rokid ให้ความสำคัญกับความสบายในการสวมใส่ เพราะแว่น AI ที่ออกแบบมาให้ใช้งานระหว่างวัน จำเป็นต้องใส่ได้ต่อเนื่องโดยไม่สร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้

กล้อง 12MP รองรับวิดีโอ 4K และถ่ายภาพกลางคืนดีขึ้น

ด้านการถ่ายภาพ Rokid Glasses 2 มาพร้อมกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมปรับปรุงความเร็วในการตอบสนองของชัตเตอร์ให้ดีขึ้น โดยบริษัทระบุว่ามีความเร็วเพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

สามารถบันทึกวิดีโอได้หลายความละเอียด ได้แก่

  • 4K ที่ 30fps
  • 2K ที่ 60fps
  • 720p ที่ 120fps

Rokid ยังนำเสนอระบบประมวลผลวิดีโอในสภาพแสงน้อยที่เรียกว่า Super Night Video Algorithm เพื่อช่วยเพิ่มคุณภาพการบันทึกภาพในช่วงกลางคืน พร้อมความสามารถด้านการถ่ายภาพที่ใช้ AI ช่วยประมวลผล

สำหรับแว่นที่ใช้บันทึกภาพจากมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First-Person View) ความเร็วในการถ่ายภาพและคุณภาพวิดีโอถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะผู้ใช้สามารถบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟนออกมา

อย่างไรก็ตาม คุณภาพวิดีโอ 4K และประสิทธิภาพการถ่ายภาพกลางคืนยังต้องรอการทดสอบจากอุปกรณ์จริง

ระบบชิปคู่ Snapdragon AR1 และ BES2800BP

Rokid Glasses 2 ใช้สถาปัตยกรรมชิปคู่ ประกอบด้วย Qualcomm Snapdragon AR1 รุ่นแรก และ Bestechnic BES2800BP เพื่อจัดสรรการประมวลผลให้เหมาะสมกับลักษณะงานและการใช้พลังงาน

ด้านเสียงได้รับการปรับปรุงด้วยไมโครโฟนรับเสียงรอบทิศทาง 4 ตัว ร่วมกับไมโครโฟนแบบ Bone Conduction อีก 1 ตัว พร้อมโครงสร้างลดเสียงลม

สำหรับการฟังเพลงและสนทนา มาพร้อมลำโพง AAC รุ่นใหม่ และรองรับเทคโนโลยีเสียง Dolby Audio

แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น 25% พร้อมกล่องชาร์จรุ่นใหม่

Rokid Glasses 2 มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 263mAh เพิ่มขึ้นจากรุ่นแรกที่ใช้แบตเตอรี่ 210mAh โดย Rokid ระบุว่าระยะเวลาการใช้งานเพิ่มขึ้น 25%

บริษัทยังเปิดตัวอุปกรณ์ชาร์จแบบแคปซูลรุ่นที่สอง (Charging Capsule 2) ซึ่งออกแบบมาให้พกพาได้สะดวก และมีข้อมูลบนเวทีดังนี้

  • ความจุแบตเตอรี่รวม 2,170mAh
  • ชาร์จแว่นเพิ่มเติมได้สูงสุด 6 ครั้ง
  • รองรับการชาร์จได้ 90% ภายใน 30 นาที ตามข้อมูลที่บริษัทนำเสนอ
  • ราคา 599 หยวน (ประมาณ 3,030 บาท)

การเพิ่มระยะเวลาการใช้งานถือเป็นอีกจุดที่น่าสนใจ เพราะการใช้งานฟีเจอร์กล้อง การแปลภาษา และ AI อย่างต่อเนื่อง ล้วนส่งผลต่อระยะเวลาการทำงานของแบตเตอรี่

AI ฉลาดขึ้น ไม่ใช่แค่ตอบคำถาม แต่ช่วยจดจำและแจ้งเตือนได้

อีกหนึ่งจุดสำคัญของ Rokid Glasses 2 คือการขยายความสามารถของ AI เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ใช้ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น

AI Memory และระบบเตือนความจำ

Rokid นำเสนอระบบ AI ที่สามารถจดจำข้อมูลจากบทสนทนา ช่วยค้นหาข้อมูลย้อนหลัง และแจ้งเตือนสิ่งที่ผู้ใช้อาจลืม โดยมีแนวคิดให้ AI เปลี่ยนจากการรอรับคำสั่ง ไปสู่การช่วยเหลือเชิงรุกมากขึ้น

AI Meeting Summary

รองรับการบันทึกและสรุปการประชุมด้วย AI สามารถจัดระเบียบประเด็นสำคัญ พร้อมสร้างรายการสิ่งที่ต้องทำ (To-do List) จากการประชุมโดยอัตโนมัติ

AI Translation

Rokid ยังคงพัฒนาความสามารถด้านการแปลภาษาที่เป็นหนึ่งในจุดเด่นของแว่นรุ่นแรก ซึ่งรองรับ 89 ภาษา พร้อมเพิ่มความสามารถในการแปลบทสนทนาทางโทรศัพท์แบบเรียลไทม์ และนำเสนอเทคโนโลยีเลียนแบบลักษณะเสียงต้นฉบับเพื่อช่วยให้การสื่อสารเป็นธรรมชาติมากขึ้น

AI Accessibility

Rokid ยังร่วมมือกับ JoyAI เพื่อพัฒนาฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา เช่น การแจ้งเตือนสิ่งกีดขวาง การช่วยค้นหาสิ่งของ และการให้ข้อมูลสภาพแวดล้อมผ่านเสียง

อย่างไรก็ตาม ความแม่นยำของ AI และความพร้อมใช้งานในแต่ละประเทศยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยเฉพาะการรองรับภาษาไทยและบริการที่พัฒนาสำหรับตลาดจีนเป็นหลัก

เชื่อมต่อ AI Agent บนคอมพิวเตอร์ อีกก้าวของแว่นอัจฉริยะ

หนึ่งในการประกาศที่น่าสนใจของงานคือการพัฒนาให้ Rokid Glasses 2 สามารถทำงานร่วมกับ AI Agent บนคอมพิวเตอร์ได้

Rokid ประกาศความร่วมมือกับ Tencent WorkBuddy และ Alibaba Qoder พร้อมนำเสนอระบบเชื่อมต่อแว่นกับ AI Agent บนเดสก์ท็อป โดยระบุชื่อเครื่องมือที่รองรับ เช่น

  • Codex
  • OpenCode
  • OpenClaw
  • Hermes
  • Qoder
  • WorkBuddy

แนวคิดนี้เปิดโอกาสให้แว่น AI กลายเป็นช่องทางรับคำสั่งและโต้ตอบกับ AI Agent ซึ่งสามารถทำงานบนคอมพิวเตอร์ได้ แทนที่จะจำกัดอยู่เพียงการถามข้อมูลหรือเรียกใช้ AI บนแว่นเท่านั้น

หากพัฒนาได้สมบูรณ์ ผู้ใช้อาจสามารถสั่งให้ AI ช่วยจัดการงานบางประเภทผ่านการสนทนากับแว่นได้โดยไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดการเชื่อมต่อ ขอบเขตการควบคุมระบบ และความพร้อมใช้งานจริงยังต้องรอการทดสอบเพิ่มเติม

ราคาและกำหนดวางจำหน่าย

Rokid Glasses 2 เปิดราคาจำหน่ายในประเทศจีนสองรุ่นตามสีกรอบ ได้แก่

รุ่นราคาจีนประมาณเงินบาท
Classic Black3,699 หยวน18,700 บาท
Tortoiseshell3,849 หยวน19,500 บาท

นอกจากนี้ยังมีราคาหลังใช้สิทธิ์เงินอุดหนุนของรัฐบาลจีน โดยรุ่นสีดำเริ่มต้นที่ 3,199 หยวน (ประมาณ 16,200 บาท) และรุ่นสีลายกระ 3,349 หยวน (ประมาณ 16,900 บาท)

บริษัทประกาศเริ่มเปิดจองในประเทศจีนวันที่ 27 ตุลาคม 2569 และมีกำหนดเริ่มจัดส่งวันที่ 11 พฤศจิกายน 2569

ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศราคาและกำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

Rokid Glasses 2 ต่างจาก Rokid Color อย่างไร?

แม้จะเปิดตัวในงานเดียวกัน แต่ผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นมีแนวทางแตกต่างกัน

Rokid Glasses 2 เป็นรุ่นพัฒนาต่อจาก Rokid Glasses ที่ใช้จอ HUD สีเขียว โดยเน้นปรับปรุงประสิทธิภาพกล้อง ความสบาย แบตเตอรี่ และความสามารถด้าน AI

ส่วน Rokid Color เป็นแว่น AI อีกสายหนึ่งที่ Rokid เปิดตัวในงานเดียวกัน โดยเน้นเทคโนโลยีจอ Micro-LED แบบสีเต็มรูปแบบ สามารถแสดงข้อมูลภาพและองค์ประกอบกราฟิกที่มีสีสันมากกว่าจอ HUD สีเดียว

จึงเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์สองแนวทางควบคู่กัน ทั้งแว่น AI ที่เน้นความสะดวกในการใช้งานทุกวัน และแว่นที่ขยายความสามารถในการแสดงผลผ่านจอสี

มุมมอง MaidevXR: แว่น AI กำลังเปลี่ยนจากอุปกรณ์แสดงข้อมูล เป็นผู้ช่วยส่วนตัว

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับ Rokid Glasses 2 อาจไม่ใช่แค่กล้อง 4K หรือแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น แต่เป็นความพยายามพัฒนา AI ให้เข้ามาช่วยเหลือผู้ใช้ได้อย่างต่อเนื่อง

การจดจำข้อมูล การสรุปการประชุม การแปลภาษา และการเชื่อมต่อกับ AI Agent ล้วนเป็นฟีเจอร์ที่มีโอกาสนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

ขณะเดียวกัน Rokid ก็ยังให้ความสำคัญกับเรื่องพื้นฐานอย่างความสบายในการสวมใส่ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจหยิบแว่นมาใช้งานบ่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายเรื่องที่ต้องรอดูจากการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นความเสถียรของ AI ความแม่นยำในการจดจำข้อมูล การรองรับภาษาไทย และข้อจำกัดของบริการที่อาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ

การเปิดตัว Rokid Glasses 2 จึงไม่ได้เป็นเพียงการอัพเกรดแว่นรุ่นเดิม แต่ยังสะท้อนทิศทางของตลาดแว่น AI ที่กำลังขยับจากอุปกรณ์สำหรับแสดงข้อมูล ไปสู่ผู้ช่วยส่วนตัวที่สามารถทำงานร่วมกับระบบ AI ได้มากขึ้น

ที่มา: IT Home, Rokid Jungle 2026 และข้อมูลการเปิดตัวจาก Rokid

เรียบเรียง: MaidevXR