จุดเด่นของ XBX a01+ อาจไม่ใช่สเปคที่หวือหวาที่สุด แต่เป็นความเบาที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อใส่จริง พร้อมภาพคม สว่าง และ FOV 50 องศา
หลังลองใช้ทั้งดูหนัง อ่านอีบุ๊ค และเล่นเกม มีหลายอย่างที่ชอบ โดยเฉพาะความสบายและสาย USB-C สีเหลือง แต่ก็มีข้อสังเกตเรื่องเสียงและความอุ่นที่ขาแว่นด้านซ้าย

สรุปหลังลองใช้
ถ้าถามว่าหลังจากลอง XBX a1+ แล้ว อะไรคือสิ่งที่รู้สึกได้ชัดที่สุด?
ไม่ใช่ HDR10 ไม่ใช่จอขนาด 147 นิ้ว และไม่ใช่ตัวเลขสเปค
แต่คือ “มันเบาจริง”
และพอเอามาใช้ต่อเนื่อง ก็เริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้สำคัญกับแว่น XR มากกว่าที่คิด
จุดที่ชอบหลัก ๆ คือ
- เบาและใส่สบาย เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่อง
- ภาพคมและสว่าง FOV 50 องศา พร้อมรองรับ HDR10
- สาย USB-C แบบเรียบสีเหลือง ไม่ค่อยเสียดสีบริเวณหลังหูเหมือนสายถักบางแบบ
- มี Stabilize ช่วยให้การเคลื่อนไหวของจอนุ่มนวลขึ้น
- ใช้ร่วมกับ XREAL Beam Pro เพื่อทำจอยึดมุมมอง 3DoF ได้
- เสียงอยู่ในระดับพอใช้ แต่ระดับเสียงไม่ดังมาก
- ใช้นาน ๆ สามารถรู้สึกถึงความอุ่นบริเวณขาแว่นด้านซ้าย
ถ้าเน้นดูหนัง อ่านอีบุ๊ค หรือเล่นเกมบนจอใหญ่ส่วนตัว XBX a01+ เป็นอีกตัวที่ใช้งานได้ค่อนข้างลงตัว
จุดที่ชอบที่สุดคือ “ความเบา”

หลังจากลองแว่น XR มาหลายตัว เริ่มรู้สึกว่า ความเบาสำคัญกว่าสเปคบางอย่างเสียอีก
เพราะต่อให้ภาพดีแค่ไหน ถ้าแว่นหนัก กดจมูก หรือใส่ไปสักพักแล้วอยากถอด ประสบการณ์ที่ได้จากจอสวย ๆ นั้นก็แทบไม่มีความหมาย
XBX a1+ เป็นแว่นที่ใส่ดูหนัง อ่านอีบุ๊ค หรือเล่นเกมต่อเนื่องได้ค่อนข้างสบาย
และถ้าถอดหน้ากากด้านหน้าออก ก็จะยิ่งลดน้ำหนักลงไปอีก
นี่เป็นจุดที่สัมผัสได้จากการใช้งานจริงมากกว่าการมองตัวเลขบนหน้าสเปค
ภาพคม สว่าง FOV 50 องศา และมี HDR10
เรื่องภาพก็ทำได้ดี
ภาพมีความคมชัดและสว่าง FOV อยู่ที่ 50 องศา โดยผู้ผลิตระบุขนาดภาพเสมือนประมาณ 147 นิ้ว ที่ระยะ 4 เมตร
ตัวแว่นยังรองรับ HDR10 สำหรับคอนเทนต์ที่รองรับ
จากการใช้งานจริง ขนาดภาพระดับนี้เหมาะกับทั้งดูหนัง อ่านอีบุ๊ค และเล่นเกม โดยเฉพาะการใช้เป็นจอใหญ่ส่วนตัวเวลาเดินทาง
Stabilize ไม่ใช่ 3DoF แต่ช่วยให้จอนิ่งขึ้น
XBX a1+ มีโหมด Stabilize ซึ่งให้ความรู้สึกคล้าย Smooth Follow
เวลาหันหรือขยับศีรษะ ภาพจะเคลื่อนตามอย่างนุ่มนวลขึ้น แทนที่จะติดกับมุมมองแบบแข็ง ๆ ตลอดเวลา
แต่ต้องแยกกันให้ชัดว่า Stabilize ไม่ใช่จอยึดมุมมอง 3DoF
ถ้าต้องการให้จอยึดอยู่กับตำแหน่งในมุมมอง สามารถนำ XBX a01+ ไปใช้ร่วมกับ XREAL Beam Pro เพื่อใช้งานจอยึดมุมมอง 3DoF ได้
ตรงนี้เพิ่มประโยชน์ให้ตัวแว่นขึ้นอีกพอสมควร โดยเฉพาะถ้ามี Beam Pro อยู่แล้ว
รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ชอบมากคือ “สายสีเหลือง”
เรื่องนี้อาจไม่มีใครเอาไปขึ้นเป็นสเปคเด่น แต่กลับเป็นสิ่งหนึ่งที่ชอบมากหลังจากใช้งานจริง
สาย USB-C ที่ให้มาเป็น สายแบบเรียบสีเหลือง ไม่ใช่สายถัก
เวลาใช้งาน สายต้องพาดผ่านบริเวณหลังหูอยู่แล้ว และสายแบบเรียบให้ความรู้สึกเสียดสีกับผิวน้อยกว่าสายถักบางแบบ
ฟังดูเป็นรายละเอียดเล็กมาก แต่ถ้าใส่แว่นต่อเนื่องเป็นชั่วโมง ความแตกต่างเล็ก ๆ แบบนี้กลับรู้สึกได้
ส่วนสีเหลืองก็ทำให้สายดูโดดเด่นและจำได้ง่ายว่าเป็นของ XBX a01+
ตัวแว่นเล็กและเบา แต่ความพรีเมียมต้องแลกกัน

กรอบและขาแว่นค่อนข้างเล็ก ตัววัสดุเน้นพลาสติก ซึ่งน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบเพื่อลดน้ำหนัก
ข้อดีคือได้แว่นที่เบาและใส่สบาย
แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบความรู้สึกแน่นหนาหรือวัสดุที่ดูพรีเมียมมาก ๆ ตัวนี้อาจไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบนั้น
อีกจุดที่พบจากการใช้งานคือ เมื่อใส่ต่อเนื่องนาน ๆ จะเริ่มรู้สึกถึง ความอุ่นบริเวณขาแว่นด้านซ้าย
ไม่ได้ร้อนจนต้องถอด แต่รับรู้ได้ว่าบริเวณนั้นอุ่นขึ้น จึงเป็นอีกเรื่องที่ควรรู้ก่อนซื้อ
เสียงพอใช้ แต่ไม่ใช่จุดขาย
ระบบเสียงใช้งานดูหนัง ดูคลิป หรือเล่นเกมทั่วไปได้ แต่ระดับเสียงไม่ได้ดังมากนัก
ถ้าใช้ในห้องหรือพื้นที่ค่อนข้างเงียบไม่มีปัญหา แต่เมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีเสียงรบกวนมากขึ้น อาจรู้สึกว่าอยากได้ระดับเสียงเพิ่มอีกหน่อย
ถ้าจะเลือก XBX a01+ จุดที่น่าสนใจจึงอยู่ที่ ความเบาและคุณภาพของภาพ มากกว่าระบบเสียง
หน้ากากถอดได้ และสาย 3D Printer น่าจะสนุก

หน้ากากด้านหน้าสามารถถอดออกได้ ซึ่งนอกจากทำให้ตัวแว่นเบาลงแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ทำหน้ากากแบบอื่นมาเปลี่ยนได้ด้วย
ถ้ามีเครื่องพิมพ์ 3D และมีไอเดีย ก็สามารถออกแบบหน้ากากของตัวเอง ทำสี ทำลายเกม หรือตกแต่งให้แตกต่างจากตัวมาตรฐานได้
แต่ต้องมีทั้งไอเดียและเครื่องมือพอสมควร
และทำออกมาได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกล้าใส่ออกไปเดินข้างนอกนะ 555
จุดนี้จึงมองเป็นลูกเล่นสำหรับสาย DIY และคนชอบแต่งอุปกรณ์มากกว่าเป็นฟีเจอร์หลักในการตัดสินใจซื้อ
XBX a01+ เหมาะกับใคร?
หลังจากลองใช้จริง จุดแข็งของ XBX a1+ ค่อนข้างชัด
ถ้าต้องการแว่น XR สำหรับ ดูหนัง อ่านอีบุ๊ค เล่นเกม หรือใช้เป็นจอใหญ่ส่วนตัว และให้ความสำคัญกับการใส่ต่อเนื่องนาน ๆ ตัวนี้น่าสนใจจากความเบาและความสบาย
โดยเฉพาะถ้ามี XREAL Beam Pro อยู่แล้ว ก็สามารถต่อยอดไปใช้จอยึดมุมมอง 3DoF ได้อีก
แต่ถ้าให้ความสำคัญกับเสียงดัง ๆ หรือความรู้สึกของวัสดุที่ดูพรีเมียมมากเป็นพิเศษ จุดเหล่านี้ไม่ใช่จุดเด่นของ XBX a1+
สุดท้าย หลังจากใช้จริง สิ่งที่ชอบที่สุดกลับไม่ใช่ฟีเจอร์หวือหวา
แต่เป็นสามเรื่องง่าย ๆ
เบา ใส่สบาย และภาพดี
เพราะแว่น XR ต่อให้สเปคดีแค่ไหน ถ้าใส่ได้ไม่นาน สุดท้ายก็อาจถูกวางไว้บนโต๊ะ
แต่ตัวที่ใส่ได้นานต่างหาก ที่มีโอกาสกลายเป็นตัวที่เราหยิบมาใช้บ่อยที่สุด
ขอบคุณ XREAL Thailand by Vgadz ที่ให้ยืม XBX a1+ มาทดลองใช้งาน โดยเนื้อหาและความคิดเห็นในรีวิวนี้มาจากประสบการณ์ใช้งานจริง
