สงครามแว่น AR ปี พ.ศ. 2569 เดือดกว่าที่คิดไม่ได้แข่งแค่ AI แต่แข่งกันว่า “แว่น” ควรเป็นอะไร
1 min read
สงครามแว่น AR ปี พ.ศ. 2569 เดือดกว่าที่คิดไม่ได้แข่งแค่ AI แต่แข่งกันว่า “แว่น” ควรเป็นอะไร
ตลาด AR Glasses และ XR Display Glasses กำลังแยกเป็นหลายเส้นทางชัดเจน
บางค่ายเน้นจอใหญ่ บางค่ายเน้น 6DoF บางค่ายอยากแทนมือถือทั้งเครื่อง
ตลาด AR Glasses แข่งกันหนักทั้ง “สเปก” และ “ราคา”
ปี พ.ศ. 2569 กำลังกลายเป็นปีที่ตลาดแว่น AR และ XR Glasses เร่งสปีดเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้ เพราะการแข่งขันไม่ได้อยู่แค่เรื่อง AI อีกต่อไป แต่เริ่มขยับไปสู่เรื่อง Tracking, Display, Ecosystem, Software และราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นเรื่อย ๆ
บทวิเคราะห์จาก Gizmodo ชี้ว่า ตลาดแว่นสวมใส่บนใบหน้ากำลังคึกคักขึ้นมาก โดยเฉพาะกลุ่ม AR Glasses ที่เริ่มมีความสามารถซับซ้อนกว่า Smart Glasses ทั่วไป ทั้งด้านกล้อง เซนเซอร์ การตรึงวัตถุในพื้นที่จริง และการทำงานแบบ Spatial Computing
สิ่งที่น่าสนใจคือ แต่ละแบรนด์เริ่มไม่ได้เดินไปทางเดียวกันทั้งหมดแล้ว แต่กำลังเลือก “แนวคิดของตัวเอง” ชัดเจนมากขึ้น
XREAL กำลังวางตัวเองไปทาง Android XR และ Project Aura โดยร่วมมือกับ Google เพื่อผลักดันแว่นที่ไม่ได้เป็นแค่จอเสริม แต่เป็นแพลตฟอร์ม XR แบบจริงจัง มีคอมพิวเตอร์พกพาหรือ puck ช่วยประมวลผล และตั้งเป้าให้ใช้งานได้ใกล้เคียงอุปกรณ์ Standalone มากขึ้น
Rokid เริ่มขยับจากแว่นจอธรรมดา ไปสู่แว่นที่มีกล้องและระบบติดตามตำแหน่งมากขึ้น โดยรุ่นใหม่ถูกพูดถึงว่ามีระบบกล้องหลายตัวเพื่อช่วยด้าน Tracking, AI และ 6DoF ซึ่งทำให้จอหรือวัตถุเสมือนสามารถยึดตำแหน่งในพื้นที่จริงได้ดีขึ้น
RayNeo เดินเกมชัดในด้านราคาและคุณภาพจอ โดย RayNeo Air 4 Pro ถูกยกเป็นตัวอย่างของแว่น Video Glasses ราคาประหยัดที่ยังให้ฟีเจอร์อย่าง 3DoF, HDR10 และจอเสมือนขนาดใหญ่ ในราคา 299 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9,900 บาท
VITURE เป็นอีกแบรนด์ที่ควรถูกพูดถึงในสนามนี้ เพราะไม่ได้แข่งแค่ความเป็นแว่นดูหนังหรือแว่นเล่นเกม แต่กำลังวางตัวในฐานะแว่น XR สำหรับจอส่วนตัว งานหลายจอ และประสบการณ์ AR ที่จริงจังขึ้น โดยเฉพาะ VITURE Luma Ultra ที่มีราคา 599 ดอลลาร์ หรือประมาณ 19,900 บาท มาพร้อมแนวทางแบบ power users รองรับ 6DoF, gesture control และการใช้งานร่วมกับ SpaceWalker บนหลายแพลตฟอร์ม
นอกจากนี้ VITURE ยังมีจุดแข็งเรื่องซอฟต์แวร์และการใช้งานหลายจอ เช่น SpaceWalker สำหรับเปลี่ยนพื้นที่ทำงานให้เป็นจอเสมือนหลายหน้าจอ ซึ่งทำให้แบรนด์นี้ไม่ได้อยู่แค่กลุ่ม “แว่นดูคอนเทนต์” แต่เริ่มขยับไปชนตลาด productivity และ mobile workstation มากขึ้น
Snap เลือกเส้นทางที่ต่างออกไป ด้วย Specs รุ่นใหม่ที่ตั้งเป้าเป็น AR Glasses แบบ Standalone ไม่มี puck แยก แต่ยังต้องแลกมากับขนาด ราคา และความท้าทายด้านการใช้งานจริง โดย Gizmodo ระบุว่าราคาจะอยู่ที่ 2,195 ดอลลาร์ หรือประมาณ 72,800 บาท
สรุปสั้น
การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่ AI อีกต่อไป
แต่เริ่มแข่งกันที่
Tracking
Display
Software
Ecosystem
และราคา
XREAL กำลังดัน Android XR
Rokid กำลังเพิ่มกล้องและ 6DoF
RayNeo กำลังบีบราคาพร้อมคุณภาพจอ
VITURE กำลังรุกสายจอส่วนตัว งานหลายจอ และความบันเทิง
Snap กำลังพยายามไปให้สุดทางกับ AR แบบ Standalone