สะเทือนวงการ VR! Vertigo Games ปิดสตูดิโอ Amsterdam ผู้ร่วมสร้าง Metro Awakening และ Arizona Sunshine 2
1 min read
สะเทือนวงการ VR! Vertigo Games ปิดสตูดิโอ Amsterdam ผู้ร่วมสร้าง Metro Awakening และ Arizona Sunshine 2
Richard Stitselaar ซีอีโอของ Vertigo Games ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026 ยืนยันการปิดตัวของ Vertigo Studios Amsterdam หลังจากพิจารณาสถานการณ์ทางธุรกิจอย่างรอบคอบ โดยระบุว่า “ตลาด VR ยังคงเป็นพื้นที่ที่ท้าทาย” และการตัดสินใจครั้งนี้เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ยากที่สุดของบริษัท

แม้ชื่อของ Vertigo Studios Amsterdam อาจไม่คุ้นหูผู้เล่นทั่วไปมากนัก แต่สตูดิโอแห่งนี้ถือเป็นกำลังสำคัญเบื้องหลังเกม VR ระดับเรือธงหลายเกมของ Vertigo Games
Vertigo Studios Amsterdam คือใคร?
ย้อนกลับไปในปี 2021 Vertigo Games ได้เข้าซื้อกิจการ Force Field Entertainment สตูดิโอ VR จากกรุงอัมสเตอร์ดัม ก่อนรีแบรนด์เป็น Vertigo Studios Amsterdam เพื่อเพิ่มกำลังการพัฒนาเกม VR ระดับ AAA ของบริษัท
นับจากนั้น Amsterdam กลายเป็นหนึ่งในสตูดิโอหลักที่ช่วยผลักดันผลงานสำคัญของ Vertigo Games ไม่ว่าจะเป็น
- Arizona Sunshine 2
- Arizona Sunshine Remake
- The 7th Guest VR
- Metro Awakening
โดยเฉพาะ Metro Awakening ที่เปิดตัวในปี 2024 และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเกม VR คุณภาพสูงที่สุดของปี ด้วยงานภาพ การเล่าเรื่อง และบรรยากาศที่ใกล้เคียงเกม AAA บนแพลตฟอร์มหลัก
ปิด Amsterdam แต่ Vertigo Games ยังอยู่
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ข่าวนี้ไม่ได้หมายความว่า Vertigo Games กำลังปิดตัว
บริษัทแม่ยังคงดำเนินงานต่อไป รวมถึงสตูดิโอหลักที่ Rotterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์ และสำนักงานในสหรัฐอเมริกา ขณะที่สิทธิ์ในแฟรนไชส์ต่าง ๆ เช่น Arizona Sunshine, After the Fall และ Metro Awakening ยังคงอยู่ภายใต้ Vertigo Games ตามเดิม
อย่างไรก็ตาม การสูญเสียทีม Amsterdam ถือเป็นการลดกำลังการพัฒนาเกม VR ครั้งสำคัญของบริษัท
สัญญาณเตือนของอุตสาหกรรม VR
สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้น่าสนใจคือ Vertigo Games ไม่ใช่ค่ายเกมเล็ก ๆ และ Vertigo Studios Amsterdam ก็ไม่ใช่สตูดิโอหน้าใหม่
ตรงกันข้าม พวกเขาคือหนึ่งในทีมที่สร้างเกม VR คุณภาพสูงที่สุดของอุตสาหกรรมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
การที่บริษัทตัดสินใจปิดสตูดิโอที่มีบทบาทสำคัญเช่นนี้ พร้อมระบุว่าตลาด VR ยังคงเป็นความท้าทาย จึงสะท้อนให้เห็นปัญหาที่หลายบริษัทกำลังเผชิญ นั่นคือ ต้นทุนการพัฒนาเกม VR ระดับ AAA สูงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ฐานผู้ใช้งานยังเติบโตไม่เร็วพอที่จะรองรับการลงทุนขนาดใหญ่
ก่อนหน้านี้วงการ VR ก็เพิ่งเห็นการปิดตัวของแพลตฟอร์ม Social VR หลายแห่ง รวมถึงการปรับลดพนักงานในบริษัท XR ชั้นนำหลายบริษัท
คำถามสำคัญในวันนี้จึงอาจไม่ใช่ว่า VR จะหายไปหรือไม่ แต่เป็นว่า “โมเดลธุรกิจแบบไหนที่จะทำให้เกม VR ระดับ AAA อยู่รอดได้ในระยะยาว”
และการปิดตัวของ Vertigo Studios Amsterdam อาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดของความท้าทายนั้น