Maidev XR

MaidevXR เว็บบล็อก เกี่ยวกับเรื่อง XR – MR – AR – VR – AI – IT ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ เกม และ เทคโนโลยี

สตูดิโอ Synth Riders ลดทีมครึ่งหนึ่ง สะท้อนวิกฤตวงการ VR ที่เริ่ม “ไปต่อยากกว่าที่คิด”

1 min read
สตูดิโอ Synth Riders ลดทีมครึ่งหนึ่ง สะท้อนวิกฤตวงการ VR ที่เริ่ม “ไปต่อยากกว่าที่คิด”

สตูดิโอ Synth Riders ลดทีมครึ่งหนึ่ง สะท้อนวิกฤตวงการ VR ที่เริ่ม “ไปต่อยากกว่าที่คิด”

อีกหนึ่งสตูดิโอ VR ที่ต้องลดขนาดทีมเพื่อความอยู่รอด
สะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมที่ยังไม่สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

Kluge Interactive สตูดิโอผู้พัฒนาเกม VR ชื่อดังอย่าง Synth Riders ออกมายืนยันว่าบริษัทได้ดำเนินการ “เลย์ออฟครั้งใหญ่” ในช่วงเดือนธันวาคมและมกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนพนักงานลดลงเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

Arturo Perez ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียว่า ปัจจุบันทีมงานของ Kluge เหลือประมาณ 50 คน จากเดิมราว 100 คน โดยระบุว่า แม้ Synth Riders จะยังคงมีรายได้อย่างต่อเนื่อง แต่ ยังไม่เพียงพอในการรองรับโครงสร้างทีมขนาดใหญ่


ภาพสะท้อนวิกฤตอุตสาหกรรม VR

การปรับลดทีมของ Kluge Interactive ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มในอุตสาหกรรม VR ที่กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่องในช่วงปี พ.ศ. 2569

ก่อนหน้านี้:

  • Polyarc ผู้พัฒนาเกม Moss ได้เลย์ออฟพนักงานจำนวนมาก
  • Rec Room แพลตฟอร์มโซเชียล VR ประกาศเตรียมปิดให้บริการในเดือนมิถุนายน

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้าน โมเดลรายได้และการเติบโตของตลาด VR ที่ยังไม่สามารถรองรับต้นทุนการพัฒนาในระดับสูงได้


ความไม่แน่นอนจากแพลตฟอร์ม

ก่อนหน้านี้ Kluge Interactive เคยประกาศความร่วมมือกับ Meta เพื่อพัฒนาเกมบนแพลตฟอร์ม Horizon Worlds โดยมีผลงานอย่าง Chicken Tag และ Slimoshi

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากนักวิเคราะห์ XR ว่า การที่ Meta ปรับลดบทบาทการสนับสนุน VR บน Horizon Worlds อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้ของสตูดิโอ แม้ทางบริษัทจะไม่ได้ยืนยันประเด็นนี้โดยตรง


ทิศทางต่อจากนี้ของ Kluge

นอกเหนือจาก Synth Riders แล้ว Kluge Interactive ยังมีความพยายามขยายไปยังแพลตฟอร์มอื่น เช่น

  • เกมบน Roblox อย่าง BeatBlocks
  • โปรเจกต์ใหม่ Final Fury เกมต่อสู้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกมยุค 90s–2000s

การกระจายความเสี่ยงไปยังหลายแพลตฟอร์ม อาจเป็นกลยุทธ์สำคัญในการปรับตัวของสตูดิโอในช่วงที่ตลาด VR ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน


🔎 บทสรุป

การเลย์ออฟของ Kluge Interactive สะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่สตูดิโอที่มีผลงานระดับแนวหน้าในวงการ VR ก็ยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านรายได้และขนาดตลาด

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มและพฤติกรรมผู้บริโภค อุตสาหกรรม VR ยังคงอยู่ในช่วงปรับตัว และอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งก่อนจะเข้าสู่จุดที่สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในเชิงธุรกิจ

ที่มา
uploadvr