Rec Room ประกาศปิดตัว 1 มิ.ย. พ.ศ. 2569 แพลตฟอร์ม VR Social ระดับโลกไปต่อไม่ไหว แม้มีผู้เล่นกว่า 150 ล้านคน
1 min read
Rec Room ประกาศปิดตัว 1 มิ.ย. พ.ศ. 2569 แพลตฟอร์ม VR Social ระดับโลกไปต่อไม่ไหว แม้มีผู้เล่นกว่า 150 ล้านคน
โลกเสมือนที่เคยคึกคักกำลังถึงจุดสิ้นสุด
สะท้อนปัญหาใหญ่ของธุรกิจ VR: คนใช้งานจำนวนมาก แต่ไม่สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
📢 Rec Room เตรียมปิดให้บริการถาวร
แพลตฟอร์ม VR Social ชื่อดังอย่าง Rec Room ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะยุติการให้บริการในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 12:00 น. (Pacific Time) หลังจากเปิดให้บริการมายาวนานเกือบ 10 ปี
ทีมพัฒนาระบุว่า แม้ Rec Room จะยังคงมีผู้ใช้งานหลายล้านคนต่อเดือน แต่ไม่สามารถทำให้ธุรกิจ “ยั่งยืนและทำกำไรได้” ส่งผลให้ต้องตัดสินใจปิดตัวลงในที่สุด
📊 จากความสำเร็จสู่จุดสิ้นสุด


ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Rec Room ถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม VR ที่เติบโตเร็วและมีฐานผู้ใช้จำนวนมาก โดยมีตัวเลขสำคัญดังนี้:
- ผู้ใช้งานรวมมากกว่า 150 ล้านคน
- การสร้าง friendship ภายในระบบมากกว่า 500 ล้านครั้ง
- เวลาการใช้งานรวมทั่วโลกมากกว่า 68,000 ปี
- ห้อง UGC ยอดนิยมมีเวลาเล่นสะสมมากกว่า 500 ปีต่อห้อง
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า Rec Room เป็นหนึ่งในโลกเสมือนที่มี engagement สูงที่สุดในยุค VR
❗ ปัญหาหลัก: รายได้ไม่สมดุลกับต้นทุน
แม้จะมีผู้ใช้งานจำนวนมาก แต่ทีมพัฒนาเปิดเผยว่า Rec Room ประสบปัญหาด้านโครงสร้างธุรกิจมาโดยตลอด โดยเฉพาะ:
- ค่าใช้จ่ายด้านเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างพื้นฐานที่สูง
- โมเดลรายได้ (monetization) ที่ไม่สามารถรองรับต้นทุนได้
- การเปลี่ยนแปลงของตลาด VR และอุตสาหกรรมเกม
สถานการณ์ยิ่งท้าทายมากขึ้นในช่วงหลัง ทำให้เส้นทางสู่ profitability แทบไม่สามารถไปต่อได้
📅 รายละเอียดการปิดระบบ
หลังวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569:
- ไม่สามารถเข้าเล่น Rec Room ได้อีก
- เว็บไซต์ rec.net จะถูกปิด
- บริการออนไลน์ของ Rec Room Studio จะหยุดให้บริการทั้งหมด
⚠️ การเปลี่ยนแปลงก่อนวันปิด
ตั้งแต่ประกาศล่าสุด มีการจำกัดฟีเจอร์หลายส่วนทันที:
- ไม่สามารถสร้างบัญชีใหม่
- ไม่สามารถเพิ่มเพื่อน
- ไม่สามารถสมัคร Rec Room+
- ไม่สามารถสร้างคอนเทนต์ UGC ที่สร้างรายได้
หลังวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
- ไม่สามารถซื้อ token หรือแพ็กเกจที่มีการชำระเงิน
หลังวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
- Creator จะไม่สามารถรับ token ใหม่ได้อีก
💸 สิ่งที่ยังทำได้ก่อนปิด
- ใช้ token ที่มีอยู่ได้จนถึงวันสุดท้าย
- Creator สามารถถอน token ที่สะสมไว้
- ไอเท็มภายในเกมลดราคาสูงสุด 80%
🎨 Creator กระทบหนัก ย้ายผลงานไม่ได้
หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญคือ ผู้สร้างคอนเทนต์ (Creator):
- ไม่สามารถดาวน์โหลด “ห้อง (Room)” ไปใช้งานต่อได้โดยตรง
- สามารถดาวน์โหลดได้เฉพาะข้อมูล (data) เพื่อนำไปสร้างใหม่ในแพลตฟอร์มอื่น เช่น Unity
ซึ่งหมายความว่า ผลงานจำนวนมากในระบบอาจไม่สามารถนำไปใช้งานต่อได้อย่างสมบูรณ์
🔍 สะท้อนภาพใหญ่ของอุตสาหกรรม VR
Rec Room มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับ VRChat ซึ่งยังคงให้บริการอยู่ในปัจจุบัน
การปิดตัวครั้งนี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของ VR Social อย่างชัดเจน:
- ผู้ใช้งานจำนวนมาก แต่ conversion เป็นรายได้ต่ำ
- VR ยังไม่สามารถเข้าถึงผู้ใช้ระดับ mass ได้เต็มที่
- Social VR ยังแข่งขันกับแพลตฟอร์มดั้งเดิมได้ยาก
🧠 บทสรุป
การปิดตัวของ Rec Room ไม่ได้เป็นเพียงการยุติบริการของเกมหนึ่งเกม
แต่เป็นสัญญาณสำคัญของอุตสาหกรรมว่า
“VR Social ยังไม่สามารถสร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนได้ในปัจจุบัน”
และอาจอธิบายได้ว่าทำไมหลายบริษัท รวมถึง Meta เริ่มปรับกลยุทธ์ไปสู่ AI และอุปกรณ์รูปแบบใหม่มากขึ้นในช่วงหลัง
ที่มา
https://blog.recroom.com/posts/schools-out-for-rec-room