VITURE โตแรงจนถูกฟ้อง? ระดมทุน 200 ล้านดอลลาร์ใน 6 เดือน ท่ามกลางศึกสิทธิบัตรเดือด
1 min read
VITURE โตแรงจนถูกฟ้อง? ระดมทุน 200 ล้านดอลลาร์ใน 6 เดือน ท่ามกลางศึกสิทธิบัตรเดือด
เงินลงทุนทะลักเข้าสองรอบติดในเวลาไม่ถึงครึ่งปี
ขณะที่อีกด้านหนึ่ง เกมสิทธิบัตรกับ XREAL ก็เริ่มร้อนขึ้นทุกวัน
นี่ไม่ใช่แค่ข่าวระดมทุน
แต่มันคือสัญญาณว่า VITURE กำลังกลายเป็นผู้เล่นที่ “ใหญ่พอจะถูกท้าทาย”
ปิดดีลระดมทุนรอบใหม่ 100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,600 ล้านบาท)
บริษัทผู้ผลิตแว่น XR อย่าง VITURE ประกาศปิดรอบระดมทุนเพิ่มเติมอีก 100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,600 ล้านบาท) ต่อจากรอบ Series B มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,600 ล้านบาท) เมื่อเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2568
รวมแล้วภายในเวลาไม่ถึง 6 เดือน VITURE ระดมทุนไปมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ และตามข้อมูลจาก Crunchbase ทำให้ยอดเงินลงทุนสะสมแตะ 221.5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7,974 ล้านบาท)
รอบล่าสุดนำโดย Legend Capital ซึ่งเป็นกองทุนจากปักกิ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับ Lenovo และยังมีนักลงทุนเชิงกลยุทธ์รายเดิมอย่าง Bertelsmann Group ร่วมลงทุนด้วย
นี่ไม่ใช่เงินเล็ก ๆ — นี่คือสัญญาณว่าตลาด XR Glasses ยังมีคนเชื่อมั่น
หลังจากปิด Series B ในเดือนกันยายน VITURE เดินหน้าเต็มสูบ:
- เปิดตัวซีรีส์ Luma
- เปิดตัว Beast XR ซึ่งเป็นแว่น XR แบบต่อพ่วงมือถือ/พีซี (tethered)
- ใช้ระบบออปติกแบบ birdbath optics
- ร่วมมือกับ CD Projekt RED ออกเวอร์ชันพิเศษ Cyberpunk 2077 Limited Edition
ที่สำคัญ — บริษัทเริ่มขยายการวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ พร้อมวางเครื่องเดโมในร้าน Best Buy
นี่คือการขยับจาก “แบรนด์ออนไลน์” ไปสู่ “แบรนด์หน้าร้านจริง”
⚖️ ศึกสิทธิบัตรกับ XREAL เริ่มเดือด
ฝั่งคู่แข่งอย่าง XREAL (ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Google) ได้ยื่นฟ้องในสหรัฐฯ เมื่อเดือนมกราคม โดยกล่าวหาว่า:
- ผลิตภัณฑ์ของ VITURE บางรุ่น เช่น Viture Pro, Luma Pro, Luma Ultra
- ละเมิดสิทธิบัตรพื้นฐานด้านออปติคอลของ XREAL
- มีการนำเข้าและจำหน่ายในสหรัฐฯ โดยผิดสิทธิ์
ทาง VITURE โต้กลับว่า การกระทำของ XREAL มีลักษณะ “patent-troll-style” หรือแนวทางกดดันทางสิทธิบัตรเชิงกลยุทธ์
พร้อมกันนั้น VITURE ได้ดำเนินคดีตอบโต้ในจีน และเตรียมดำเนินการเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “คำกล่าวที่เป็นเท็จและสร้างความเสียหาย”
และที่แรงกว่านั้นคือ VITURE ระบุว่า หากศาลตัดสินให้บริษัทชนะ อาจพิจารณาขอคำสั่งศาลเพื่อจำกัดการผลิตและการส่งออกผลิตภัณฑ์ของ XREAL ที่ใช้เทคโนโลยีฟิล์ม electrochromic
นี่ไม่ใช่แค่คดีเล็ก ๆ
แต่นี่คือศึกชิงความเป็นเจ้าของเทคโนโลยีหลักของ XR Glasses
🎯 วิเคราะห์แบบตรงไปตรงมา
เงินทุน 200 ล้านดอลลาร์ใน 6 เดือน แปลว่า:
- นักลงทุนยังเชื่อว่า XR Glasses ยังโตได้
- ตลาดยังไม่ปิดเกม
- การแข่งขันจะดุขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ในอีกมุมหนึ่ง —
การที่ต้องเปิดศึกสิทธิบัตรเร็วขนาดนี้ สะท้อนว่าตลาดเริ่ม “แคบในเชิงเทคโนโลยี” ใครถือสิทธิ์หลักได้ก่อน มีโอกาสล็อกคู่แข่ง
นี่อาจไม่ใช่แค่การแข่งขันสินค้า
แต่มันคือการแข่งขัน “สิทธิในการสร้างอนาคต XR”
ถ้าให้สรุปสั้น ๆ แบบ Maidev XR:
เงินมาเร็ว = ความคาดหวังสูง
คดีมาแรง = ตลาดเริ่มจริงจัง
เกมนี้ยังไม่จบ
และปี พ.ศ. 2569 น่าจะเห็นอะไรแรงกว่านี้ครับ
ที่มา
roadtovr