Cloudhead Games ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ สัญญาณอันเจ็บปวดของอุตสาหกรรม VR ที่ยังไปไม่ถึงฝัน
1 min read
Cloudhead Games ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ สัญญาณอันเจ็บปวดของอุตสาหกรรม VR ที่ยังไปไม่ถึงฝัน
สตูดิโอระดับตำนานของ VR กำลังเลือดไหล
Cloudhead Games ทีมผู้สร้างเกม VR ระดับไอคอนอย่าง Pistol Whip ประกาศปลดพนักงานมากถึง 70% ของบริษัท หรืออย่างน้อย 37 คน เหลือทีมแกนหลักเพียง 30% เพื่อประคองสตูดิโอให้เดินหน้าต่อไปได้
เกิดอะไรขึ้นกับ Cloudhead Games?
Cloudhead Games คือหนึ่งในสตูดิโอ VR ที่เก่าแก่และประสบความสำเร็จที่สุด ก่อตั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 และฝากผลงานสำคัญไว้หลายเกม ได้แก่
- Pistol Whip
- Aperture Hand Labs
- The Gallery – Episode 1: Call of the Starseed
- The Gallery – Heart of the Emberstone
แต่ในวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569 Denny Unger ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง ได้ออกมาโพสต์บน Bluesky ประกาศข่าวร้ายว่า บริษัทจำเป็นต้องปลดพนักงานส่วนใหญ่ เนื่องจาก
- ภาวะถดถอยของอุตสาหกรรมเกมโดยรวม
- ตลาด VR ที่ยัง “เล็กและเปราะบาง”
- การขาดเงินสนับสนุนจากแพลตฟอร์มหลัก
พูดตรง ๆ คือ VR ยังไม่สามารถเลี้ยงสตูดิโอคุณภาพระดับนี้ได้
ประโยคที่สะท้อนปัญหา VR ได้เจ็บที่สุด
“VR จะไปถึงจุดเมนสตรีมแน่นอน แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้”
Unger ยืนยันว่าเขายังเชื่อใน VR อย่างเต็มหัวใจ แต่ความจริงที่โหดร้ายคือ
ตลาดยังไม่มี ‘เหตุผลมากพอ’ ให้คนทั่วไปต้องใช้ VR ทุกวัน
ต่อให้ Cloudhead เคยประสบความสำเร็จมาก่อน แต่ในวันที่
- ผู้ใช้ใหม่โตช้า
- เกม VR ไม่ได้ขายได้ระดับ AAA
- แพลตฟอร์มลดงบสนับสนุนสตูดิโอ
การจะ “ทำเกมใหญ่ขึ้น” กลายเป็นเรื่องที่ทำคนเดียวไม่ได้
Cloudhead ไม่ได้ล้ม… แต่ถูกบังคับให้หดตัว
จุดที่น่าชื่นชมคือ Cloudhead เลือกทำ Reverse Recruiting
เปิดข้อมูลพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง เพื่อให้สตูดิโออื่นติดต่อรับเข้าทำงานโดยตรง
นี่ไม่ใช่การหนีปัญหา แต่คือการยอมรับความจริง และรับผิดชอบต่อทีมงานอย่างมืออาชีพ
และ Cloudhead ก็ไม่ใช่รายเดียว
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 เป็นต้นมา วงการ XR เผชิญคลื่นล้มต่อเนื่อง
- Ready at Dawn (Meta)
- London Studio (Sony)
- Archiact
- รวมถึงการปลดคนหรือปรับโครงสร้างของ VRChat, nDreams, Cyan, Fast Travel Games และอีกหลายราย
นี่คือ ภาพสะท้อนตรงไปตรงมาว่า VR Games ยังไม่ใช่ธุรกิจที่ “ยั่งยืน”
มุมมองแบบไม่ปลอบใจ
ถ้าจะพูดกันแบบไม่อ้อมค้อม
- VR ไม่ขาดเทคโนโลยี
- VR ไม่ขาดไอเดีย
- แต่ VR ขาดตลาดที่ใหญ่พอจะเลี้ยงทุกคน
จนกว่าอุปกรณ์ VR จะ
- ใส่แล้วทำได้ “ทุกอย่าง”
- ใช้แทนจอ แทนมือถือ แทนคอมพ์
- และมีเหตุผลชัดเจนพอให้คนธรรมดาใช้ทุกวัน
สตูดิโอเกม VR จะยังต้องอยู่ในโหมด “เอาตัวรอด” แบบนี้ต่อไป
สรุป
Cloudhead Games ยังไม่ยอมแพ้
แต่การปลดพนักงาน 70% คือสัญญาณเตือนชัดเจนว่า
VR ยังไม่ถึงเวลาของมัน… และอุตสาหกรรมต้องยอมรับความจริงนี้ให้ได้ก่อนจะไปต่อ
ถ้าคุณอยู่ในสาย XR / VR — ข่าวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ Cloudhead
แต่มันคือ เรื่องของทุกคนในวงการนี้
ที่มา
roadtovr